ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรมทาน

ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ทางธรรม dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558

(374) โลกอนิจจัง


video



โลกอนิจจัง

ท่านทั้งหลาย เมื่อเช้านี้ มีญาติธรรมส่งภาพวีดิโอที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนึ่งมาให้ดู นับเป็นเรื่องบังเอิญที่ บุรุษผู้ยังโง่เขลา ก็ได้เห็นภาพนิมิตคล้ายกันกับในวีดิโอนี้ ในตอนใกล้แจ้ง ช่วงนี้เสมือนจะมีพายุฤดูร้อนเข้ามา บ้านอาจพังเหลือแต่เสาก็เป็นไปได้ หลายๆคนอาจหวาดหวั่นและกลัวภัยอันตรายเหล่านี้ บางคนก็บอกว่า เป็นภัยอันตรายเพราะกำลังอยู่ในยุคนั้นยุคนี้ พ้นจากยุคนี้แล้วจะเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ เป็นต้น ซึ่งความจริงแล้ว มันเป็นธรรมชาติ เขาก็เป็นของเขาอยู่อย่างนั้น เขาไม่รู้ว่าใครจะกลัว จะเจ็บจะร้อน และเขาก็ไม่รู้ว่าเขาคืออะไร แต่เราเป็นผู้ไปสมมุติเรียกเขาว่า เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ แล้วหลงยึดเอา กลายเป็นสุขเป็นทุกข์ขึ้นมา ขอให้รู้ทันว่า สิ่งนี้เป็นแต่เพียงธรรมชาติ มิใช่ใครจะมาปรุงแต่งให้เกิดขึ้น มิใช่ยุคของผู้ใดจะมากำหนดตกแต่งให้เกิดขึ้น และไม่มีผู้วิเศษท่านใดมาปรุงแต่งธรรมชาติ หรือจะมาจัดการกรรมของผู้ใด ให้ล้มตายเพราะภัยธรรมชาติได้ นอกจากจะมีวิบากกรรมกับภัยนี้เอง ไม่ว่าจะยุคใด ยุคของพระพุทธเจ้าองค์ใด ยุคของศาสดาลัทธิใด หรือยุคว่างเปล่าใดๆ ธรรมชาติของเขาก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ อาจรุนแรงหรือหนักเบาต่างกันไป ส่วนกรรมของสัตว์โลกที่กระทำกันไว้ ทั้งดีทั้งชั่ว ก็จะหมุนไปเป็นธรรมชาติของผู้นั้น จนกว่าจะพ้นทุกข์กันไปได้ ก็ไม่ต้องมาเผชิญกับภัยธรรมชาติเหล่าใดอีก จึงมิมีผู้ใดมากำหนดตกแต่งธรรมชาติของโลกได้ และมิมีผู้ใดมากำหนดตกแต่งกรรมของผู้อื่นได้เช่นกัน นอกจากการกระทำกรรมขึ้นมาเอง เป็นของใครของมัน

เรื่องธรรมชาติที่แปรปรวนนั้น หลวงพ่อผู้พ้นแล้วแห่งวัดโคกปราสาท ท่านเคยเมตตาอธิบายให้ฟังว่า วันที่ท่านถึงที่สุดแห่งทุกข์ ท่านเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และการดับแตกสลายไปของโลก ว่าเป็นอนิจจังและเป็นอนัตตา โลกก็เหมือนกับร่างกายของเรา คือ มันมีอายุขัย แต่อายุของมันยืนยาวมาก ถึงหกหมื่นล้านปี และก็มีอาการแปรปรวนคงอยู่ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับร่างกายของเราที่เจ็บไข้ การที่มีภูเขาไฟระเบิด และแผ่นดินไหว ก็เหมือนกับร่างกายของเราเป็นไข้ หรือมีอาการแปรปรวนในร่างกาย ท้องผูกท้องเสียก็ต้องขับถ่ายหรือผายลมออกมา หากโลกนี้ไม่ได้ระบายออก โลกนี้ก็ต้องอึดอัด เมื่อมันระบายออกมาแล้ว ก็จะผ่อนคลายเช่นเดียวกันกับร่างกายของคนเรา เรื่องนี้ พระพุทธองค์ท่านก็ตรัสยืนยันกับหลวงพ่อว่า "เราก็รู้อย่างที่เธอรู้ แล้วเธอยังอยากจะรู้อะไรอีก"

หลวงพ่ออธิบายต่อไปว่า ในทุกๆ 100 ล้านปี โลกใบนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศขนานใหญ่ โลกกลับหัวสลับขั้ว จากขั้วใต้เป็นขั้วเหนือสลับกัน ซึ่งเรื่องนี้ บุรุษผู้ยังโง่เขลา ก็เคยเห็นภาพโลกสลับขั้วกันในนิมิตมาแล้วเช่นกัน

ดังนั้น ลมฝนและการแปรปรวนก็เป็นส่วนหนึ่งของโลก เหมือนร่างกายของเราที่มีเหงื่อร้อนหนาวและสั่น  มันจึงเป็นเรื่องปรกติธรรมดาของโลกสมมุติ ส่วนเราจะอยู่กับธรรมชาติของโลกได้อย่างไม่ทุกข์นั้น จะทำอย่างไร ก็ขอให้พิจารณารู้เท่าทันธรรมชาติของมันว่า ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และเป็นอนัตตา หากมันเกิดขึ้นและจะมีภัยต่อเรา เราก็หาทางหลีกเลี่ยงเอา อันนี้เป็นการใช้ปัญญา 

อย่างไรก็ตาม ผมขออนุโมทนากับท่านที่นำเรื่องนี้ขึ้นมาสนทนากัน ก็นับเป็นคติธรรมให้เราพิจารณากัน นับว่ามีประโยชน์มากครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
27 มีนาคม 2558

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

(373) "ยึดติด" นิมิตที่เป็นจริง เหตุเกิดเพราะ "กามตัณหา"





“ยึดติด” นิมิตที่เป็นจริง
เหตุเกิดเพราะ "กามตัณหา"


***   ณ วันพระแรมแปดค่ำเดือนสี่ 
"นายใกล้ดี" ภาวนาใกล้แจ้ง
จิตสงบพบว่างจึ่งสำแดง 
จิตผาดแผลงพลันถอดออกจากกาย
จิตท่องมิติไปในที่หนึ่ง 
ตั้งใจไปให้ถึงซึ่งที่หมาย
สถานที่นั้นคือ มหา'ลัย 
มุ่งหมายไว้จะไปให้บุญทาน

***   หลายปีแล้ว ครูอาจารย์ท่านสิ้น 
ในภูมิถิ่นที่ทำงานสถาน
เห็นท่านยังนั่งที่โต๊ะทำงาน 
วิญญาณท่านไม่ยอมไปที่ใด
พลันก็กลายร่างเป็นรูปปั้นหิน 
ดุจดั่งดินหนักแน่นไม่เคลื่อนไหว
ด้วยเหตุ “ยึดติด” การงานจนตาย 
วิญญาณวนว่ายไม่ได้ปลดปลง

***   กาลต่อมา จิตเกิดญาณนิมิต 
ภาพสะกิดจิตใจให้ใหลหลง
เห็นรูปหล่อหลวงพ่อเงินหนึ่งองค์ 
ถูกเขาสรงน้ำยาล้างคราบดำ
พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินองค์นี้ 
โลกเขาว่ามีดีที่เลิศล้ำ
เมื่อองค์พระถูกล้างคราบรักดำ 
จากดำคล้ำพลันกลายเป็นสีทอง

***   พอตอนสายต้องการไปพิสูจน์ 
ที่เขาพูดในนิมิตนั้นถูกต้อง
จะจริงเท็จเช่นไรก็ขอลอง 
ว่าพระเนื้อทองซ่อนในคราบดำ
เมื่อไปถึงแล้วจึงเป็นจริงอย่างว่า 
เขาพรรณาว่าพระนี้ดำคล้ำ
ผมพึ่งล้างจึงเห็นคล้ายทองคำ 
จึงน้อมนำมาพิจารณาธรรม

***   โอ้ เราหลงใหลในสิ่งนี้หนอ 
เมื่อไรจะพอเสียทีที่ถลำ
แม้ละวางในสีลัพพตธรรม 
ไม่ขอพรพร่ำอ้อนคำใดใด
แต่ใจหลงใหลในกามตัณหา 
ด้วยอวิชชาครอบงำใจไว้
รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส กัดใจ 
เป็นอนุสัยมาเอนกกาล

***   พระองค์นี้ "รูป" งามนักแท้หนา 
"เสียง" ตามมาว่า "แท้" ตาม "นาม" ขาน
"ภวตัณหา" เป็น “สุข” เบิกบาน 
อนุสันดานจึ่งเกิดเรื่อยมา
เอ้าพระองค์ใด "ไม่แท้" ดั่งว่า 
“ทุกข์” ตามมาเป็น "วิภวตัณหา" 
สุขทุกข์ระคนวนว่ายไปมา 
เพราะว่าใจหลงยึดติดในกาม

***   กิเลสตัณหาว่ายังหนาอยู่ 
พิจารณาดูตัณหาทั้งสาม
ราคะกิเลสใหญ่ไฟในกาม 
จะตามดูว่า จะมาท่าใด
อวิชชา ว่าพญาห่าใหญ่ 
ดุจดั่งไฟเผาใจจนมอดไหม้
จะติดตามดูจนแจ้งแก่ใจ 
คงจะละได้ด้วยปัญญาธรรม

***   พระเครื่องวิเศษที่มีมากหลาย 
ดูไปก็แค่ ดิน ไฟ ลม น้ำ
ทุกสิ่งสลายตามสัจธรรม 
ไร้สิ่งค้ำฟ้า ว่าอนัตตา
สติ สมาธิ แลปัญญา 
ฝึกฝนหาตามมรรคาธรรม
ทุกขัง อริยสัจธรรม 
น้อมนำมาพิจารณาที่ใจ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
26 มีนาคม 2558

หมายเหตุ
พระเครื่องเหล่านี้เป็นสมบัติของครอบครัว "สิปปภากุล" 
ที่แสดงความเป็นเจ้าของชั่วคราวเท่านั้น มิได้ต้องการให้ผู้ใดหลงใหลยึดติด 
นำมาเป็นธรรมทานเท่านั้น
















































วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

(372) นิทานธรรมเรื่อง "หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาโปรดในนิมิต"




นิทานธรรมเรื่อง
“หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาโปรดในนิมิต”

ท่านทั้งหลาย นิทานธรรมเรื่องนี้ สมมุติว่า มีนักภาวนาท่านหนึ่งนามว่า “นายธรรมดา” หลังจากที่เขาได้ภาวนาแล้วนอนหลับไป จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558 “นายธรรมดา” นิมิตว่า เขากำลังเดินอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเสมือนเป็นวัดป่า เดินอยู่ไม่นานก็แลเห็นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นั่งอยู่บนยอดเสาสูง ที่ตั้งตระหง่านอยู่เพียงต้นเดียวกลางลานแจ้ง จิตบอกว่า ท่านกำลังสร้างสะพาน เขาเกิดปีติเบิกบานจึงรีบเดินเข้าไปหา ไม่นานท่านก็ลงมาจากยอดเสา เขาจึงรีบก้มลงกราบท่าน ต่อมามีพระลูกศิษย์หลายองค์เข้ามาสมทบ ท่านทักทายอยู่หลายคำ หลังจากนั้น ท่านได้ยื่นบาตรให้นายธรรมดา เขาเปิดฝาบาตรดู เห็นมีอาหารอยู่สามสี่อย่าง วางอยู่ข้างในเป็นกองๆ อย่างมีระเบียบ จิตสงสัยว่า ทำไมท่านไม่ฉันภัตตาหาร จิตพิจารณาต่อไปว่า “เราต้องนำเอาบาตรนี้ไปล้างให้ท่าน” ในมือของเขามีบาตร ฝาบาตร และสายสะพายบาตร รวมเป็นสามอย่าง แต่ยังไม่ทันได้ออกไป มีพ่อแม่ครูอาจารย์ผู้เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ยื่นขารองบาตรให้ พร้อมกับพูดว่า “เอาไปให้ครบทั้งสี่” เมื่อเขารับบาตรมาครบชุดแล้ว ก็ได้ยินท่านพูดตามหลังว่า “ผู้จะเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น รุ่นที่สี่” เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิตของเขาผุดขึ้นมาว่า "อีกไม่นาน เราจะได้ออกบวช เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" จิตเกิดปีติเบิกบานอย่างฉับพลัน จึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา พร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกทำวัตรเช้าดังขึ้น นิมิตจึงจบลงในเวลา 03.50 นาฬิกา 

เมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้ว จิตของเขาก็ยังตื่นซาบซ่านอยู่ไม่สร่าง เขาจึงพิจารณาทบทวนย้อนกลับไปกลับมา เสมือนท่านให้พิจารณาว่า พระผู้พ้นแล้วก็เหมือนกับท่านผู้อยู่บนยอดเสาสูง คือพระนิพพาน แต่ท่านได้สร้างสะพานแห่งพระนิพพานให้แก่เราแล้ว ก็ควรเดินตาม "ปฏิปทา" ที่ท่านสร้างสะพานไว้ ส่วนอาหารในบาตรนั้น พระผู้พ้นแล้วท่านอิ่มพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องฉันอีก ส่วนเราก็จงพิจารณาอาหารที่ท่านเตรียมไว้ให้ เมื่ออิ่มพอแล้วอย่างท่าน ก็จงล้างบาตร แล้วไม่ต้องกลับมารับประทานอาหารใดๆอีก และที่สำคัญ ในเมื่อท่านได้ทิ้งปริศนาว่า "ผู้จะเป็นศิษย์รุ่นที่สี่" ก็จงมีความเพียรปฏิบัติตามปฏิปทา ที่องค์ท่านได้ชี้แนะแนวทางไว้ ภายใต้การอบรมสั่งสอนของ "หลวงพ่อพระผู้พ้นแล้ว แห่งวัดโคกปราสาท" ผู้ดำเนินปฏิปทาตามแนวทางของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จึงเสมือนท่านเป็นศิษย์รุ่นที่สาม

นอกจากนั้น “นายธรรมดา” ยังได้ย้อนกลับไปพิจารณาถึงปริศนาและสิ่งค้างคาใจ ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดแปดปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่ญาติธรรมได้พาเขาไปแสวงบุญ กล่าวคือ ขณะที่เขากำลังก้มลงกราบรูปภาพของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่อยู่ภายในศาลาวัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่จาม มหาปุญโญ จำพรรษาอยู่ ขณะที่เขายกมือพนมเตรียมจะก้มลงกราบ พลันเขาเกิดปีติอย่างประหลาด จนไม่สามารถก้มลงกราบได้ จึงต้องนั่งร้องไห้โฮออกมา น้ำมูกน้ำตาก็ไหลหลั่ง ประหนึ่งดังทำนบกั้นน้ำพังทลาย ร่างกายนั้นก็สั่นสะท้าน กว่าจะควบคุมอาการนั้นลงได้ ก็ใช้เวลานานเกือบสิบนาที นั่นจึงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเขาเรื่อยมา  

ท่านทั้งหลาย หลังจากที่ “นายธรรมดา” ได้ทำวัตรเช้าและนั่งภาวนาพิจารณาทบทวนอุบายธรรมแล้ว จึงต่อด้วยการเอนกายลงนอนภาวนา เสมือนหลับไปแล้วได้นิมิตว่า เห็น "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" ท่านแสดงปริศนาธรรมด้วยการออกบิณฑบาต พอท่านกลับมา เห็นมีข้าวอยู่เต็มบาตร ได้ยินลูกศิษย์ท่านถามหลวงปู่ศรีว่า “ทำไมหลวงปู่ต้องออกบิณฑบาตไปไกลหลายบ้าน ทั้งที่เดินแค่สองสามหลังก็ได้ข้าวพอแล้ว” หลวงปู่ศรีเอ่ยขึ้นว่า "จะไปทำไมแค่บ้านสองบ้าน เราต้องออกไปโปรดเขา แม้จะไกลเพียงใดเราก็ต้องไป" เสมือนท่านแสดงให้เขาพิจารณาว่า พระผู้พ้นแล้ว ท่านมีเมตตาหาประมาณมิได้ แม้จะเหนื่อยกายเพียงใด ท่านก็ไม่เหนื่อยหน่าย ด้วยเพราะสัตว์โลกทั้งหลาย ยังเป็นทุกข์กันอยู่ท่วมโลก ดังนั้น เราควรมีเมตตาเช่นเดียวกันกับท่าน และจะต้องไม่เห็นแก่ความสุขสบายส่วนตน จงดำเนินตามปฏิปทาของท่าน

ต่อมา เมื่อ “นายธรรมดา” ได้พบกับพ่อแม่ครูอาจารย์ “หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร" พระผู้พ้นแล้วแห่งวัดโคกปราสาท เขาก็เคยนิมิตว่า หลวงพ่อแห่งวัดโคกปราสาท ได้มอบธูปสี่ดอกแก่เขา เขาสงสัยว่า ทำไมต้องใช้ธูปสี่ดอก และมีอยู่ดอกหนึ่งใหญ่กว่าทุกอัน หลวงพ่อยิ้มพร้อมกับพูดเป็นปริศนาว่า "หลวงพ่อจะมีทายาท ให้จุดธูปอธิษฐานนะ" เมื่อเขาจุดธูปแล้ว จิตได้เกิดความตั้งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยว จนสุดประมาณที่จะอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรได้ พร้อมกับอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้าขออธิษฐานบุญบารมี ขอบำเพ็ญภาวนา เพื่อความพ้นทุกข์ในชาตินี้ มิขอเปลี่ยนใจ แม้จะตายก็ไม่ขอละคำอธิษฐานนี้เป็นอันขาด" พลันจิตตื่นเบิกบานแลซาบซ่าน ความสะท้านทำให้ตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน แม้กระนั้น ความตื่นซาบซ่านก็ยังคงอยู่ไม่สร่าง ตราบจนกระทั่งรุ่งเช้าก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น   

หลังจากนั้นไม่นาน "นายธรรมดา" ก็นิมิตว่า เขาได้เดินตามหลังหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ออกเดินธุดงค์ พร้อมกับพระลูกศิษย์ของท่านหลายองค์ "หลวงพ่อแห่งวัดโคกปราสาท" ท่านว่า "ฝันดีนะ น้อยคนจะฝันเห็นหลวงปู่มั่น หลวงพ่อก็เคยฝันเห็นหลวงปู่มั่น เมื่อตอนที่หลวงพ่อออกบวชครั้งแรก ดีแล้วนะ เป็นศุภนิมิต"

ต่อมาไม่นาน “นายธรรมดา” นิมิตว่า ได้พบหลวงปู่แหวน สุจินโณ มาโปรด เขาจึงรีบก้มลงกราบท่าน หลวงปู่แหวนพูดกับเขาคำแรกว่า "ผู้จะสำเร็จ" เขาพยายามจะทบทวนความหมายกับหลวงปู่ แต่หลวงปู่ยิ้มและพูดเฉไฉไปเรื่องอื่น พร้อมกับถามกลับมาว่า "เอ้ามากับหลวงปู่มั่นมิใช่รึ แล้วท่านไปไหนเสียละ" เขาตอบหลวงปู่ไปว่า "หลวงปู่มั่นท่านแยกไปทางอุบลแล้วข้าน้อย" ท่านยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือมาจับที่ศรีษะของเขา พร้อมกับเป่าที่กระหม่อมของเขาด้วยความเมตตา ลมเป่านั้นชั่งมีพลังอันแสนอบอุ่น และแผ่ซ่านเย็นไปทั้งกายและใจ จนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน แต่จิตนั้น ยังคงซาบซ่านตื่นเบิกบาน อย่างไม่เคยเป็นมาแต่กาลก่อน 

นอกจากนั้น “นายธรรมดา” ยังเคยนิมิตเห็นพ่อแม่ครูอาจารย์ แลพระอรหันต์เจ้าอีกหลายองค์ มาโปรดในนิมิตหลายครั้ง อาทิเช่น คณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรทั้งห้าพระองค์ หลวงปู่เทสก์ เทศรังสี หลวงปู่ดูลย์ อตุโล หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และอีกหลายองค์ที่ไม่ทราบนามท่าน ซึ่ง “นายธรรมดา” ได้ใช้โอกาสแห่งนิมิตทั้งหลาย มาเป็นอุบายพิจารณาธรรม มิใช่นำมาลุ่มหลงว่า นิมิตนั้นเป็นจริงเป็นจัง เมื่อรู้เห็นและได้พิจารณาแล้วว่า ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ก็จงละวางลงเสีย ยังเหลือไว้แต่ความทรงจำ เพื่อนำมาเล่าสู่กันฟัง ก็พอเป็นกำลังใจแก่กันและกันได้ จึงขอให้อ่านเล่น เป็นแต่เพียงนิทานธรรมเท่านั้น "เพราะนิทานมิใช่ความจริง"

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
16 มีนาคม 2558

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

(371) ยอดรวมผู้ร่วมสร้าง "พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท" ล่าสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล
dr.natdhnond@gmail.com,
dr.natdhnond@hotmail.com
0857678008








ความคืบหน้าล่าสุด มกราคม 2558 
โครงการก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 40%



ขอเชิญร่วมสร้าง 
"พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท"
ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา

รายนามผู้ร่วมบุญจะพิมพ์ประกาศต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ

ท่านทั้งหลาย แม้เราจะเข้าใจดีว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้พระสงฆ์ผู้เข้ามาบวชแล้ว ไปสร้า
งวัดสร้างศาลาแลอาสนะทั้งหลาย แต่พระพุทธองค์ก็ได้ละเว้นไว้ให้สำหรับ "ฆราวาสแลอุบาสกอุบาสิกา" สามารถที่จะสร้างเสนาสนะถวายพระสงฆ์ได้ ดั่งที่พระพุทธองค์ได้อนุญาตให้พระเจ้าพิมพิสารสร้างเสนาสนะถวายที่ป่าเวฬุวัน รวมทั้งยังได้ตรัสสรรเสริญว่า พระเจ้าพิมพิสารได้ผลานิสงส์มากมายจากการสร้างในครั้งนั้น ดังนั้น การสร้างทานบารมีสำหรับผู้มีปัญญานั้น คือทานที่ออกจากใจอันบริสุทธิ์ ได้ปัจจัยมาด้วยความบริสุทธิ์ และถวายแด่พระสงฆ์หรือผู้ที่มีศีลอันบริสุทธิ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงมิใช่ทานที่พระสงฆ์เป็นผู้ขอร้องมา หรือมิใช่ทานเพื่อสนองกิเลสของพระสงฆ์ และมิใช่การแข่งขันกันสร้างเพื่ออวดบุญบารมีดั่งที่เห็นกันมากในปัจจุบัน


อานิสงส์ของการสร้างพระเจดีย์ทำให้บรรลุธรรมได้

ท่านทั้งหลาย หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ได้เล่าให้ฟังว่า ทำไมพระอรหันต์จึงมีมากในภาคอีสาน ก็เพราะครูอาจารย์เหล่านั้น ส่วนใหญ่เคยมีส่วนร่วมในการสร้างพระธาตุพนมมาแต่อดีตแทบทั้งนั้น ผลานิสงส์ดังกล่าวจึงทำให้ท่านมาเกิดสร้างบารมีอยู่แถบอีสาน จนสามารถบรรลุธรรมได้ในที่สุด ดังตัวอย่างของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านเคยมีส่วนร่วมในการสร้างพระธาตุพนมตั้งแต่ในอดีตชาติ ผลานิสงส์ในครั้งนั้น ได้ส่งผลให้ท่านบรรลุธรรมในภพสุดท้ายนี้ จึงเป็นสิ่งยืนยันว่า การที่บุคคลใดได้มีส่วนร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์ธาตุองค์ใดๆก็ตาม หากทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ ในสถานที่อันบริสุทธิ์ ทั้งผู้ที่พาสร้างและผู้ร่วมสร้าง ต่างก็มีจิตใจอันบริสุทธิ์ เพื่อเป็นการสร้างถวายบูชาคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม แลพระสงฆ์ อานิสงส์จึงมีมากมาย แล้วโอกาสที่จะได้สร้างพระเจดีย์ธาตุนั้น ในโลกนี้จะมีสักกี่แห่ง และในภพหนึ่งจะมีโอกาสสักกี่ครั้ง ขอให้ทุกท่านได้พิจารณาตามตัวอย่างนี้

ศิษย์ : "หลวงปู่เจ้าคะ หลวงปู่บำเพ็ญบารมี ทำบุญอะไรไว้ในชาติก่อนเจ้าคะ จึงได้บวชมาเป็นหลวงปู่ ให้พวกเรา ได้กราบไหว้เคารพบูชาอย่างนี้?"

หลวงปู่ชอบ : "ไปธาตุพนม สร้างธาตุพนม ไปกับพ่อเชียงหมุน (สหายในชาติก่อน) ช่วยกันสร้างธาตุพนม ...
เอาเงิน ๕๐ สตางค์ กับผ้าขาววาหนึ่ง เอาไปกับเพิ่น... อธิษฐานว่า ให้ได้บวช ให้พ้นทุกข์ ว่าอย่างนี้แหละ"

ศิษย์ : "เงิน ๕๐ สตางค์ สมัยโน้นคงจะมากนะหลวงปู่?"
หลวงปู่ชอบ : "มากอยู่"




ที่มาของการสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท


ท่านทั้งหลาย มูลเหตุแห่งการสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต ณ วัดโคกปราสาทในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่หลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมาย ซึ่งเป็นมารดาของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ได้ละสังขารเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2556 และหลังจากการถวายเพลิงสรีระของท่านในวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 แล้ว ปรากฏว่าอัฐิของหลวงแม่ชีอุ่นกลายเป็นพระอรหันตธาตุทันที และเนื่องจากสถานที่ถวายเพลิงหลวงแม่ในครั้งกระนั้น ยังคงมีกองเถ้าถ่าน และยังมีอัฐิธาตุของหลวงแม่บางส่วนปะปนอยู่ หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร จึงมีดำริว่า อยากจะสร้างเจดีย์ขนาดเล็กครอบไว้เป็นการส่วนตัว เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณงามความดีของมารดา และเพื่อให้ลูกหลานและพุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะบูชา เพราะนานๆจะมีพระอรหันต์บังเกิดขึ้นในโลกสักองค์ ก็นับว่ายากแสนยาก เมื่อผมทราบดังนั้น ผมจึงขอตั้งจิตอธิษฐานขอสนองบุญคุณครูอาจารย์ ด้วยการเป็นสะพานบุญ เพื่อบอกบุญแก่ญาติธรรมทั้งหลาย ได้ร่วมกันบริจาคทานปัจจัยมา เพื่อร่วมสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตดังกล่าวตั้งแต่บัดนั้นมา ในตอนแรกนั้นคิดว่าจะสร้างเจดีย์ขนาดเล็กๆ งบประมาณราว 1-3 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง

ต่อมาบรรดาลูกศิษย์ระลึกได้ว่า หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า เมื่อช่วงที่หลวงพ่อสิ้นกิเลสใหม่ๆ พระพุทธองค์เสด็จมาให้กำลังใจ และตรัสในช่วงหนึ่งว่า "เราจะมาอยู่กับเธอ" พร้อมกับเนรมิตให้เห็นพระเจดีย์ธาตุเป็นแก้วใสทั้งองค์ และพระบรมสารีริกธาตุสีเขียวมรกตองค์ขนาดเท่าหัวแม่มือ พระพุทธองค์ตรัสถามหลวงพ่อว่า "แล้วเธอจะไม่สร้างเจดีย์หรือ" หลวงพ่อทูลตอบพระพุทธองค์ว่า "ข้าพระพุทธเจ้ามิสามารถสร้างได้พระพุทธเจ้าข้า" (เป็นเจดีย์แก้วทั้งองค์) พระพุทธองค์ตรัสต่อไปว่า "แล้วเธอจะเอาพระบรมสารีริกธาตุของเราไปไว้ที่ไหน" หลวงพ่อทูลตอบว่า "ข้าพระพุทธองค์ก็จะเก็บไว้ในกุฏินี้พระพุทธเจ้าข้า" พระพุทธองค์จึงตรัสให้กำลังใจว่า "เธอเป็นผู้มักน้อยนะ ดีแล้ว แล้วเราจะมาอยู่กับเธอ" นั้นคือคำที่หลวงพ่อเคยเล่าให้ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดฟังอยู่หลายครั้ง หลวงพ่อบอกว่า พระบรมสารีริกธาตุองค์เขียวมรกตงดงามมาก ไม่เคยมีอยู่ในโลกมนุษย์ (สรุปและเรียบเรียงคำพูดใหม่อาจผิดเพี้ยนบ้าง จึงขอขมากรรมต่อพระพุทธองค์และหลวงพ่อครับ)

เมื่อลูกศิษย์ได้ฟังเรื่องราวนั้นแล้ว จึงได้ปรึกษากันเพื่อขออาสาที่จะก่อสร้างพระเจดีย์ถวายท่าน เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา จึงถือโอกาสขออนุญาตหลวงพ่อ ขยายแบบเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้น และได้หยุดโครงการไประยะหนึ่ง เพื่อวางแผนและออกแบบพระเจดีย์ให้สมบูรณ์ บัดนี้ การออกแบบได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมกับได้ลงมือก่อสร้างฐานรากแล้ว โดยเจดีย์ทั้งองค์จะใช้วัสดุเป็น "หินทราย" ในการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความสูง 18 เมตร คาดว่าพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตองค์นี้ น่าจะอยู่ได้เป็นหมื่นปี และเป็นที่น่าปีติยินดีสำหรับพุทธศาสนิกชน ที่พระพุทธองค์เสด็จมาบอกหลวงพ่อว่า การสร้างเจดีย์องค์นี้ให้ออกแบบโดยมีลักษณะดังนี้ 

- ฐานชั้นแรก มีรูปทรงสี่เหลี่ยมหมายถึง "อริยสัจสี่"
- ชั้นที่สอง เป็นแปดเหลี่ยมหมายถึง "มรรคมีองค์แปด" 
- และชั้นที่สาม ที่เป็นทรงกลมเหมือนเลขศูนย์นั้นหมายถึง "พระนิพพาน" 


โดยการออกแบบในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากนายธนาบดินทร์ สิปปภากุล (บุตรชาย ดร.นนต์) และเพื่อนภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายนิธิณัช สังสิทธิ นายธิติวุฒิ วิเชียรนุกูล และนายสุภเวช กิ่งตัน เป็นผู้ออกแบบ จึงขออนุโมทนาทุกประการ (ให้คลิ๊กดูรายละเอียดในภาพข้างล่าง)





ภาพแสดงรายละเอียดทั้งภายนอกภายในพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท


อย่างไรก็ตาม ในวันที่ขุดหลุมเพื่อก่อสร้างฐานพระบรมเจดีย์ หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า ท้าวมหาพรหมและท้าวสักกะเทวราช รวมทั้งเหล่าเทวดาได้มาชุมนุมกัน เพื่อมาอนุโมทนาสาธุการ โดยมีเทวดาได้อาสามาเฝ้ารักษาพระบรมเจดีย์กันหลายองค์แล้ว ท้าวสักกะเทวราชยังบอกว่า พระบรมสารีริกธาตุองค์เขียวมรกตยังอยู่บนสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นผู้ดูแลรักษาอยู่ ซึ่งคาดว่า เมื่อพระบรมเจดีย์องค์นี้เสร็จแล้ว มนุษย์โลกอาจได้เห็นและได้กราบสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ "องค์เขียวมรกต" ในพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตแห่งนี้ก็ได้ ตามที่พระพุทธองค์ตรัสว่า "แล้วเราจะมาอยู่กับเธอ" หลวงพ่อบอกว่า ผู้ที่จะได้ร่วมสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตแห่งนี้ จักมีอานิสงส์มากมายมิมีประมาณ (ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้) เพราะจะเป็นที่กราบสักการะบูชาของทั้งสามแดนโลกธาตุ มิใช่แต่เพียงมนุษย์เท่านั้น พรหมเทวดาทุกชั้นฟ้าก็จะมากราบสักการะพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตแห่งนี้ กระนั้นก็ตาม การก่อสร้างพระบรมเจดีย์นี้ หลวงพ่อจะไม่ให้มีการโฆษณา ไม่มีการเรี่ยไรเงิน แต่จะให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผู้มีบุญและมีปัญญาจะได้เลือกหากันเอาเอง ให้ค้นพบและรู้สึกที่อยากจะทำกันเอง มิใช่หลวงพ่อเป็นผู้บอก (ดร.นนต์ขออนุญาตบอกบุญได้ในเฟสบุ๊คและเว็บบล็อก และอนุญาตให้ญาติธรรมแชร์บอกบุญได้)










บริเวณก่อสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต ได้เริ่มก่อสร้างฐานรากแล้ว




หินทรายสีชมพูที่ใช้ก่อสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตทั้งหมด




คำอธิษฐานที่เป็นจริง

ท่านทั้งหลาย หลังจากบุรุษผู้หนึ่งได้ไปเจริญภาวนาอยู่ที่วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา อยู่หลายวัน เพราะหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้เมตตามาโปรดในนิมิตหลายครั้ง วันหนึ่งขณะที่จิตสงบเขาได้อธิษฐานจิตอยู่เบื้องหน้าพระบรมสารีริกธาตุ และอัฐิธาตุของครูอาจารย์พระอรหันต์เจ้า อาทิ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่สิงห์ ขันตยาโม และหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ที่ประดิษฐานอยู่บนศาลาไม้ เขาได้อธิษฐานจิตเกี่ยวกับการสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท และปรารถนาจักอัญเชิญอัฐิธาตุของพ่อแม่ครูอาจารย์ตามแต่ท่านจะเมตตาประทานมา เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท หลังจากนั้นหนึ่งวัน ก็มีลูกศิษย์ของหลวงพ่อพุธ ได้อัญเชิญอัฐิธาตุของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ไปถวายหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ที่วัดโคกปราสาท เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา จึงเป็นกำลังใจแก่สาธุชนผู้แลผู้ศรัทธา ที่ได้ร่วมกันถวายปัจจัยมา เพื่อร่วมสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตว่า ผลบุญจักบังเกิดขึ้นอย่างมากมาย จึงขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยทุกประการ

อนึ่ง นอกจากพระบรมเจดีย์พุทธนิมิตองค์นี้ จะเป็นที่ประดิษฐานพระอรหันตธาตุของหลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมายแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐานหลักของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมทั้งพระอัครสาวก (พระสารีบุตรและมหาโมคคัลลานะ) และสาวกอีกจำนวนมาก อาทิเช่น พระธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงปู่ดูลย์ อตุโล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงปู่เจี๊ยะ จันโท หลวงปู่ทา จารุธัมโม หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ อังคารธาตุของหลวงปู่เนย สมจิตโต เกสาธาตุของหลวงปู่จาม มหาปุญโญ เกสาธาตุของหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ เกสาธาตุของหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เกสาธาตุของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และเกสาธาตุของหลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ เป็นต้น และพระธาตุที่ไม่ทราบนามอีกจำนวนหนึ่ง



พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ
ที่จะประดิษฐานใน "พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท"

1. พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุเทพนิมิต




ท่านทั้งหลาย บุรุษผู้หนึ่งได้สะสมและดูแลรักษาพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ ที่มีลักษณะที่เรียกกันว่า "พระธาตุเทพนิมิต" ไว้สักการะบูชา ซึ่งมีหลายสัณฐานและหลากหลายลักษณะ แม้บุรุษผู้นี้จะไม่รู้ว่า แต่ละองค์มีที่มาอย่างไร และเป็นของพระองค์ใดบ้าง แต่เขาก็มิได้สงสัย เพราะใจได้โน้มกราบสักการะบูชาท่านอย่างเสมอเหมือนกันทุกพระองค์ เพราะเข้าใจได้ว่า สภาวะอันเป็นวิมุตินั้น มีความบริสุทธิ์เหมือนกันทั้งพระพุทธองค์และเหล่าสาวกอรหันต์ จึงได้เก็บรักษาท่านมาเรื่อย จนกว่าจะมีที่ประดิษฐานถาวรเพื่อสมควรแก่การกราบไหว้สักการะบูชาของทั้งสามแดนโลกธาตุ ซึ่งบัดนี้ทราบแล้วว่า ต่อไปจะได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ใน "พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท" ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ต่อไป

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
19 พฤศจิกายน 2557




















2. พระอรหันตธาตุของพระอัครสาวก
และพระเอตกัคคะสาวก

ท่านทั้งหลาย บุรุษผู้หนึ่งได้รับพระอรหันตธาตุมาจากพระสงฆ์ชาวเมียนม่าร์จำนวนหนึ่ง เมื่อหลายปีแล้วได้แก่ พระอรหันตธาตุของพระอัครสาวกคือ พระสารีบุตรเถระเจ้า กับพระมหาโมคคัลลานะเถระเจ้า และพระอรหันตธาตุของพระเอตทัคคะสาวกคือ พระสิวลีเถระเจ้า ซึ่งเป็นผู้เลิศทางโชคลาภ กับพระพากุลเถระเจ้า ซึ่งเป็นผู้เลิศทางมีอาพาธน้อย ซึ่งพระอรหันตธาตุดังกล่าว บุรุษผู้นี้จักอัญเชิญท่านไปประดิษฐานไว้ใน "พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท" ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา เมื่อเจดีย์แล้วเสร็จในโอกาสต่อไป

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
19 พฤศจิกายน 2557








3. มหัศจรรย์พระอรหันตธาตุ
ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


ท่านทั้งหลาย หลังจากบุรุษผู้หนึ่งได้เจริญภาวนาจนจิตสงบ จิตผุดขึ้นมาระลึกถึงคุณครูอาจารย์พระอรหันตเจ้า จิตปีติในองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาจึงได้อธิษฐานจิตว่า หากข้าพเจ้ามีบุญวาสนาจะได้เจริญทางธรรม ก็ขอให้ได้รับพระธาตุของพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ด้วยเถิด หลังจากที่ได้อธิษฐานจิตในตอนเช้าตรู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง พอตอนสายของวันที่ 30 กันยายน 2554 เขาก็ได้รับอังคารธาตุของหลวงตามหาบัว จากลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดของท่านคือ คุณปรัชญา จิตต์ปรัชญา ได้อัญเชิญมาให้เขาถึงที่บ้าน ได้รับอังคารธาตุหลังจากมีพิธีพระราชทานเพลิงสรีระของหลวงตาไม่นาน และหลังจากนั้นก็ได้รับพระธาตุของหลวงตามหาบัวสัณฐานต่างๆ จากคุณหมอท่านหนึ่ง และจากญาติธรรมตามมาอีกหลายครั้ง




คุณปรัชญา จิตต์ปรัชญา


ภายหลังจากได้รับอังคารธาตุของหลวงตามหาบัวเพียงไม่กี่วัน คือเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2554 บุรุษผู้นี้ก็ได้รับพระธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จำนวนหนึ่งองค์ จากคุณศรุต จันทสกุลเดชา ตอนที่ได้รับมาครั้งแรกนั้น พระธาตุยังมีสัณฐานเป็นทรงกลมสีเหลืองขุ่น แต่หลังจากนั้นเพียง 7 วัน พระธาตุก็ได้กลายเป็นสัณฐานใสดั่งเพ็ชร และขนาดได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ จึงเป็นกำลังใจให้เขาเพียรภาวนาต่อไป




อนึ่ง พระอรหันตธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ปัจจุบันได้อัญเชิญไปไว้ที่วัดโคกปราสาท เพื่อจะประดิษฐานไว้ในพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ที่กำลังก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2558 นี้

นะมัตถุ พุทธานัง
นะมัตถุ โพธิญา
นะโม วิมุตตานัง
นะโม วิมุตติยา

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
13 พฤศจิกายน 2557










4. อัฐิธาตุของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ท่านทั้งหลาย เมื่อหลายปีมาแล้ว หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เคยเมตตามาโปรดนักภาวนาท่านหนึ่งในนิมิต ในนิมิตครั้งกระนั้น ท่านมาให้สตินักภาวนาท่านนี้เลือกเอาว่า จะเดินตามรอยพระพุทธเจ้า หรือจะเพลินสนุกสนานไปตามพวกเทพ ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ หลวงพ่อพุธท่านได้มาโปรดแสดงปริศนาธรรมแก่นักภาวนาท่านนี้อีกครั้ง โดยมาโปรดในคืนเดียวถึงสองรอบ ดังนี้ 

รอบแรก ท่านแสดงนิมิตให้บุรุษผู้นี้ได้ใส่บาตรท่าน เมื่อใส่บาตรแล้วหลวงพ่อได้หยิบเอาชิ้นเนื้อสีน้ำตาลคล้ายพระธาตุขนาดเท่าหัวแม่มือจำนวนสามชิ้นประทานให้กับเขา พร้อมกับบอกให้นักภาวนาท่านนี้รับประทานทันที ท่านบอกว่า เป็นอาหารวิเศษเฉพาะสำหรับผู้ที่มีจิตใจใสสะอาดแล้ว (ชิ้นเนื้อสามชิ้นเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของไตรลักษณะญาณ สำหรับผู้ที่จะรู้เห็นทุกขัง อนิจจัง และอนัตตา พร้อมๆกัน) 

รอบที่สอง ท่านแสดงนิมิตให้เขาเรียนรู้ว่า การภาวนาสมาธิต้องมีหลักการของความพอดี เสมือนกับการประกอบบานหน้าต่างเข้ากับกรอบหน้าต่างให้พอดีนั้น ต้องทำอย่างไร ต้องมีความพอดีทั้งปัญญาและเทคนิควิธีการจึงจะสำเร็จลงได้ง่าย อีกทั้งในท้ายสุด ท่านได้เนรมิตให้เขาเห็นพระอรหันตธาตุบังเกิดขึ้นจำนวนหนึ่ง อันเป็นปริศนาเกี่ยวกับนักภาวนาท่านนี้

หลังจากนั้น นักภาวนาท่านนี้ได้ไปเพียรภาวนาอยู่ที่บูรพาเจดีย์ สลับกับขึ้นไปภาวนาบนศาลาหน้าที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่สิงห์ ขันตยาโม และหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ณ วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา อยู่หลายวัน พร้อมกับได้อธิษฐานจิตเกี่ยวกับการสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท และอธิษฐานจิตปรารถนาจะอัญเชิญอัฐิธาตุของพ่อแม่ครูอาจารย์ไปประดิษฐานในพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาทด้วย ต่อมาหลังจากอธิษฐานจิตได้ 1 วัน ปรากฏว่า มีลูกศิษย์ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย เดินทางมาจากนครราชสีมา พร้อมกับได้อัญเชิญอัฐิธาตุของหลวงพ่อพุธ มาถวายหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ที่วัดโคกปราสาท เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา เพื่อจะได้ประดิษฐานไว้ใน "พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท" ต่อไป เรื่องนี้จะว่าบังเอิญหรือไม่บังเอิญก็ตาม แต่อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจสำหรับญาติธรรมทุกท่าน ที่อุตส่ามีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์สินเงินทอง รวมทั้งได้สละแรงใจและแรงกายร่วมกันสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท มาด้วยกัน ผลบุญกุศลคงได้บังเกิดขึ้นแก่ทุกท่านแล้ว จึงขออนุโมทนา สาธุการ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์ ผู้เล่าแทน
19 พฤศจิกายน 2557







5. พระอรหันตธาตุ






6. เส้นพระเกสาธาตุ

เกสาธาตุของพ่อแม่ครูอาจารย์พระอรหันตเจ้า และพระโพธิสัตว์เจ้า ที่บุรุษผู้หนึ่งเก็บรักษาไว้เพื่อกราบสักการะบูชา อาทิเช่น เกสาธาตุของหลวงปู่จาม มหาปุญโญ (พระนิยตโพธิสัตว์) เกสาธาตุของหลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ เกสาธาตุของหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ เกสาธาตุของหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เกสาธาตุของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และเกสาธาตุของหลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ เป็นต้น ซึ่งจะได้นำไปประดิษฐานไว้ใน "พระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท" ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ต่อไป

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
19 พฤศจิกายน 2557








ขอเชิญร่วมสร้างมหากุศล
เพื่อกระแสพระนิพพาน 

ผมจึงขอถือโอกาสนี้บอกบุญมายังทุกท่าน ได้ร่วมกันสร้างมหากุศลอีกวาระหนึ่ง โดยสามารถโอนเงินร่วมบุญผ่านบัญชีของ ดร.นนต์ หรือจะไปทำบุญที่วัดโดยตรงก็ได้ และคาดว่า งบประมาณในการก่อสร้างน่าจะอยู่ในราวๆ 8 ล้านบาท โดยมีพระ ฆราวาส และลูกศิษย์ช่วยกันก่อสร้างบางส่วน

โอนทำบุญ มีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น 

ชื่อบัญชี นายณัฐนนต์ สิปปภากุล
503-269483-3
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครราชสีมา ประเภทออมทรัพย์
เมื่อโอนแล้วกรุณาแจ้ง ดร.นนต์ ตามเบอร์ 0857678008
หรือ dr.natdhnond@gmail.comdr.natdhnond@hotmail.com

รายนามผู้ร่วมสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต
จะพิมพ์ประกาศต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะแล้วเสร็จ

บุญใดๆ ที่บังเกิดขึ้นจากการภาวนาสมาธิของข้าพเจ้า ที่เจริญอยู่ทุกวันทุกเวลาเป็นนิสัย ขอผลานิสงส์ทั้งหลาย จงแผ่ไปยังผู้ศรัทธาแลสาธุชนที่ร่วมบุญมาในครั้งนี้ รวมทั้งผู้อนุโมทนาสาธุการ มิมีประมาณ และขอให้แผ่ไปไพศาลเป็นอัตโนมัติ แม้ข้าพเจ้าจะมิได้เอ่ยนามก็ตาม และขอผลบุญจงบังเกิดเป็นกระแสพระนิพพานติดตามทุกท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ เทอญ

1. ดร.นนต์ และครอบครัว 10,000 บาท
2. คุณต้อยจัง 599 บาท
3. คุณวิทยา ไร่พิมาย และครอบครัว 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
4. คุณสมบูรณ์ เฉียงเมือง 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
5. คุณเกษร ดอนสว่าง 5,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
6. ครอบครัวคุณลุงเฉลียว ทองศรี 2,929 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
7. คุณปกรณ์ ศรีเรือนทอง 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
8. คุณแม่ย้อย คินาพิศ 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
9. ด.ต.ศุภณัฏฐ์ วาดวงษ์ศรีภู และครอบครัว 1,000 บาท
10. คุณนวชนม์ อินทนะ 500 บาท
11. คุณรังสี ชาญนุวงศ์ 500 บาท
12. คุณสุภรณ์ อัมพากร 5,000 บาท
13. คุณเอเล็ค-คุณสุพรรณี เวอร์เอลสท์ (Eric Verelst) จากเบลเยี่ยม 5,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
14. คุณปีเตอร์-คุณสมบูรณ์ โฮมตัน จากอังกฤษ 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
15. นายทองสุกร-นางหนูตาล พร้อมครอบครัว 1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
16. คุณอภิวัชร์ เมธาสวัสดิ์ 500 บาท
17. คณะของคุณอภิชนจากลำปาง ประกอบด้วย 1) นายอภิชน ประมุข 2) นายสุรัชณพ สิงห์หาคำ 3) นางมณภาศิษฏ บริบูรณ์ 4) นายวิญญธิ อินโต 5) นายสะอาด ปิ่นไชย 6) นายฐปกร ทองใบ 7) นายพงษกร สิงห์ไชย นายประสิทธิ์ ตามเดช 9) นายสรทรรศ สุภาสอน รวม 2,500 บาท
18. คุณป้าแป๊ว และครอบครัว 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
19. คุณจิต 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
20. นายพลัฏฐ์ นส.อิสรีย์ นส.พรหมภัสสร อนันต์โชคปฐมา และนางณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี 400 บาท
21. คุณศรุต จันทสกุลเดชา 4,000 บาท
22. คุณจักรวาล-คุณสุพรรณี วรรณโกษิตย์ 275 บาท
23. คุณอภิเสฐ บุญพวง 500 บาท
24. คุณกันตพงศ์ 1,000 บาท
25. คุณนคปภา ไร่พิมาย 3,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
26. คุณคมสัน นามมนตรี และครอบครัว 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
27. ครอบครัวสร้อยจุฑา และครอบครัวสมัปปิโต 200 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
28. อ.พัชรินทร์ มีลาภ 1,000 บาท
29. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร 10,000 บาท
30. คุณแม่หมุน โชติมลทิน 599 บาท
31. คุณวัฒนา หาไชย 500 บาท
32. คุณมทินา กองทรัพย์ 50 บาท
33. คุณพิเชษฐ์ วิชุดา 2,000 บาท
34. คุณจรินทร์ อัศวโกวิททกรณ์ 2,500 บาท
35. คุณเฉลิมภัทร จันทะนะ 2,500 บาท
36. คุณนพปภัทร จันทะนะ 2,500 บาท
37. คุณนันธนัฐ อัศวโกวิททกรณ์ 2,500 บาท
38. ดร.บำรุง พาทยกุล  500 บาท
39. จ.ส.อ.กชพัฒน์-อ.รุ่งนภา เพ็ญวิจิตร และครอบครัว 2,000 บาท
40. คุณณัฐพล เลี้ยงบุญเลิศชัย  150 บาท
41. คุณเริงศักดิ์ มาเลิศ และครอบครัว 3,000 บาท
42. คุณธนัท ธนาประชุม และครอบครัว  2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
43. คุณธกฤต ธรรมฉัตรภาณี  3,500 บาท
44. คุณสมเกียรติ หลอดเข็ม  600 บาท
45. คุณประสิทธิ์ แผ่นผา  1,000 บาท
46. คุณครูเขียว-คุณรี่ อบต.หลุ่งตะเคียน  10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
47. คุณนา-คุณจิตร อบต.หลุ่งตะเคียน 2,400 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
48. คุณอภิเสฐ บุญพวง  8,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
49. ป้าสี-ลุงทราย นามมนตรี และครอบครัว 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
50. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร (เพิ่มเติม)  2,500 บาท
51. คุณสิรินทร์รัต อัศวจารุวรรณ  2,000 บาท
52. คุณ aun  500 บาท
53. คุณพนิต ศรีพันธุ์  500 บาท
54. คุณปพร นฤนารถเสรนี และครอบครัว  1,000 บาท
55. คุณวิทยา - คุณเมตตา อิสระวิถี  500 บาท
56. คุณพลเศรษฐ์ เกตุศรีเมฆ และครอบครัว  3,200 บาท
57. คุณณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี และครอบครัว  500 บาท
58. คุณสปันนา โชคชัยธนพร  5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
59. คุณสุวินดา สีแพงมน และครอบครัว  1,000 บาท
60. คุณจิโรจ แย้มมาก  777 บาท
61. คุณชัยวัฒน์ - นางเยาวรัตน์ -ด.ญ.ภัสสร วินิจมนตรี  500 บาท
62. คุณสุพจน์ นาคะวรรณศักดิ์ และครอบครัว  500 บาท
63. คุณวนิดา สกิ๊บสเตด  500 บาท
64. คุณชลวิทย์ - คุณชิดชนก บุปผเวส  1,000 บาท
65. ปลัดจุ๋ม อบต.หลุ่งตะเคียน  10,520 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
66. คุณนิตยา จันทร์ดง  500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
67. นางผกามาศ กมลพรวิจิตร  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
68. ดช.วริศ กมลพรวิจิตร 20 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
69. ดช.กฤติน กมลพรวิจิตร 100 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
70. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว  3,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
71. นางสุณี ศิริอาชากุล  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
72. นางพรรณี - น.ส.มงคล วิจิตรบรรณาการ 1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
73. คุณชวนชื่น นานานุกุล และครอบครัว  5,000 บาท
74. คุณจักรพรรดิ พรวิเศษศิริกุล และครอบครัว  2,000 บาท
75. คุณโกศล แสนขันแก้ว  200 บาท
76. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว (เพิ่มเติม)  50,000 บาท
77. ดร.ขวัญสุมาณา และครอบครัว 10,000 บาท
78. คุณธารไพลิน - คุณสมชาย - ดช.มาโปรด เทพฉิม และคุณนาตยา แก้วมหา 1,600 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
79. คุณนันธนัฐ อัศวโกวิททกรณ์ และเพื่อนๆ  2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
80. คุณวิชัย - คุณศิริวิมล เจียมจันทร์ และ ดญ.อุเบกขา จันทร์แก้ว  500 บาท
81. คุณปวีย์สุดา ภูมิกอง และคุณสามารถ วงศ์มลี  1,000 บาท
82. คุณครูชำเลือง ขาวสุข  50,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
83. คุณดนุชวัฒน์ - นางพิชญ์สิณี สุวรรณศิลป์  5,000 บาท
84. คุณชูเกียรติ และครอบครัว  500 บาท
85. คุณภูเบศวร์  500 บาท
86. คุณกรณรัสย์ วุฒิเกตุ  1,000 บาท
87. คุณนวลพรรณ วิภาตกุล  500 บาท
88. คุณนพวรรณ วิภาตกุล 500 บาท
89. คุณพิเสฐ บุญพวง และคณะญาติธรรมจากชลบุรี  124,004 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
90. คุณเล็ก ไร่พิมาย  100,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
91. คุณปิยมน รักษาวงษ์  300 บาท
92. คุณรักธรรม จันทกุล  300 บาท
93. น.ส.สรธัญ สานุพงศ์ และครอบครัว  300 บาท
94. คุณธีรยุธร์ สังข์ทอง และครอบครัว  1,000 บาท
95. คุณสมทรง วงศ์ทองเหลือง  500 บาท
96. ไม่ทราบนาม  2,000 บาท
97. คุณสันติ ศรีวงศ์จันทร์ และคุณศศิประภา ผางพันธ์  1,000 บาท
98. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร (เพิ่มเติม)  2,500 บาท
99. คุณชาตรี ศรีจาด  500 บาท
100. คุณประจักร์ วินิจนัยภาค และครอบครัว  1,000 บาท
101. คุณธานี ศรีแย้ม  500 บาท
102. น.ส.คณิศร ดนตรี  500 บาท
103. ปลัดนิสิต - ปลัดพิมพ์ทิพย์ นิกรสถิตย์  5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
104. นางมะลิ กลิ่นจุบัน  500 บาท
105. นายนรินทร์ ปิยารมย์  400 บาท
106. คุณพ่อมนู คุณแม่กัลยา สุวรรณรอด และครอบครัว 1,000 บาท
107. คุณบัญชา แก้วหานาม 1,000 บาท
108. คุณผดุงพร แก้วกับทอง 200 บาท
109. คุณทยารัตน์ บรรณฑรวรรณโสภา 200 บาท
110. คุณอุทัย สิริศักดิ์ทวีชัย 200 บาท
111. คุณพุทธรักษา พิมพ์เสมา 200 บาท
112. คุณพัสกร เหลี่ยมแหลม 200 บาท
113. คุณอร พิสิษฐ์จริง และครอบครัว 100 บาท
114. คุณกิตติ พลเจริญ 50 บาท
115. มีผู้เงินเก็บได้ 20 บาท
116. คุณรุ่งเรือง สารวิจิตร และครอบครัว 199 บาท
117. คุณปฏิภาน คุณขาว - นส.ขวัญรัตน์ฎา คำจันทร์ พร้อมบุตรธิดา 500 บาท
118. คุณเพ็ญศรี สุดทิม 1,000 บาท
119. น.ต.ธนพัต มุ่งธัญญา 1,000 บาท
120. คุณแมค เกาะสมุย 500 บาท
121. ปลัดพิมพ์ทิพย์ - ปลัดนิสิต นิกรสถิตย์ (เพิ่มเติม) 1,000 บาท
122. คุณมานูญ วิถีผล และครอบครัว 5,200 บาท
123. คุณนิษฐารัตย์ อิ่มทรัพย์ 500 บาท
124. คุณแม่วิภา สถาปัตย์พัฒนา และครอบครัว 8,000 บาท(ถวายที่หลวงพ่อ)
125. คุณมาดา ลุพา 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
126. คุณปนัดดา แจ่มจำรัส 100 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
127. คุณฉันทนา เกิดบุญมาก 100 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
128. คณะกองทานบารมี 209 บาท
129. ครอบครัว พรโชคอนันตชัย 3,000 บาท
130. อ.ธรรมรัตน์ นาคจรัส 1,000 บาท
131. คุณปนัดดา พจนสิริ 1,000 บาท
132. คุณบรรลือศักดิ์ 200 บาท
133. คุณแม่สุวรรณ ตันศิริสิทธิกุล และบุตร 500 บาท
134. คุณชาญเฉลิม และครอบครัว 500 บาท
135. คุณวีรพงษ์ มั่นสิริทรัพย์ และครอบครัว 500 บาท
136. ผศ.ดร.ชีวิน เปสตันยี 500 บาท
137. คุณแม่จริยา เกษมทรัพย์ 1,000 บาท
138. คุณวิไลวรรณ จงตระการสมบัติ 100 บาท
139. คุณฉลาด ไชยปัญญา 50 บาท
140. คุณจำลอง มิสา 20 บาท
141. คุณประสิทธิ์ ภูเงิน 10 บาท
142. นายโรจ - นางกมลรส มิ่งขวัญ 1,000 บาท
143. คุณวิชัย หรูรักวิทย์ 1,000 บาท
144. ญาติธรรมจากจังหวัดบุรีรัมย์ 400 บาท
145. คุณพชร -คุณทิพย์สุดา นาราด 1,000 บาท
146. ฐิตสิริภิกขุ และคณะ 890 บาท
147. คุณถวัลย์ ตันรัตนาวงศ์ และครอบครัว  3,000 บาท
148. คุณพัฒนฉัตร มุ่งสุข และคณะญาติธรรม 100 บาท
149. คุณวโรดม นาคจู 500 บาท
150. คุณพูลทรัพย์ มันตะพงษ์ และเพื่อนกัลยาณมิตร 610 บาท
151. คุณอัครวัฒน์ ชัยชนะฉิมพลี พร้อมครอบครัว และ น.ส.สิรีธร พันธุ์พวง พร้อมครอบครัว 3,209 บาท
152. คุณธีรวัฒน์ โชติเกียรติ 500 บาท
153. คุณชาญณรงค์ หมื่นพรม พร้อมครอบครัว 1,000 บาท
154. คุณประสพ หวังล้อมกลาง (Art Patima Konlor) 1,000 บาท
155. ธิมาพรคลินิก 2,000 บาท
156. พ.ญ.อรัญญา ยันตพันธ์ 1,000 บาท
157. คุณทิพยา บุญน้อย 100 บาท
158. คุณศักดิ์ชัย หวลกสินธุ์ และพนักงานแผนกโลจิสติกส์ บ.Toyota Tsusho (Thailand) Co.,Ltd. 15,700 บาท
.............................................................................
159. คณะผ้าป่าจากกลุ่มโรงพยาบาลบีเอ็นเอชและสมิติเวช โดยการนำของ นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และคณะญาติธรรม 280,010 บาท (ถวายที่วัด)
.............................................................................
160. คุณนพมาศ เหล็กคง 200 บาท
161. คุณวิท นิยม 800 บาท
162. คุณเมปาล ใจดี  100 บาท
163. คุณสุพัตรา ภิญโญชนม์  980 บาท
164. คุณสุรชัย คล่องบุญจิต  2,012 บาท
165. คุณชูเกียรติ ประดิษฐ์ศิลปกุล  1,000 บาท
166. คุณชูเกียรติ จันทนาม  500 บาท
167. คุณรุ่งธรรม วงศ์วิลาศ และครอบครัว 1,000 บาท 
168. คุณวรวรรณ ชินวัฒนกิจ  4,000 บาท
169. ดญ.เมธาพร แพ่งนคร  200 บาท
170. นายธีระ แพ่งนคร 300 บาท
171. นางบุญลือ แพ่งนคร 200 บาท
172. คุณธารา แพ่งนคร และครอบครัว 100 บาท
173. นางจีรานันท์ ศรีนะ  100 บาท
174. นายนพดล คงกล่อม  200 บาท
175. นส.เสน่ห์ เดชเดชา และครอบครัว 100 บาท
176. นายกิตติพงษ์ จิตต์เสรีเทพ อุทิศให้ย่าแช่ม จิตต์เสรีเทพ 2,600 บาท
177. คุณธนพร จูเที่ยง  100 บาท
178. นายสุนัย ทิมวงศ์  100 บาท
179. นส.วาสนา เฉลิมพุฒิสกุลชัย และครอบครัว 100 บาท
180. นายชาคริต จุลสมุห์พงศ์ และครอบครัว 100 บาท
181. นางกนกวรรณ ปถมเล็ก และครอบครัว 200 บาท
182. นางกชพรรณ บุญถึง และครอบครัว 100 บาท
183. นส.สุดารัตน์ เกิดจันทึก  100 บาท
184. ครอบครัวเกิดจันทึก  100 บาท
185. นส.สุขพรรษา จูสม และครอบครัว 200 บาท
186.นางปริศนา บูรพนาวิบูลย์ และครอบครัว 200 บาท
187. นายจริทร์ ทรัพย์หิรัญ และครอบครัว 100 บาท
188. นส.รำแพน เครือโต และครอบครัว 200 บาท
189. นส.รำแพน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร 100 บาท
190. นางวัชราภรณ์ อ่อนแต้ม และครอบครัว 100 บาท
191. นส.สุภาวดี บัวลำพันธ์ และครอบครัว 100 บาท
192. นส.ชุลีพร นายพงษ์พันธ์ ดญ.พรพรรณ บุษบาเกิด 100 บาท
193. นายนพเก้า ซื่อตรง 100 บาท
194. นายเพชร โพพริก และ นส.กุสุมา ฉิมพานิช 100 บาท
195. นายสมพงษ์ ตาเมือง 100 บาท
196. นายวงเดือน แสนชั่ง 100 บาท
197. นายสุวิทย์ จันทร์นิยม 100 บาท
198. นายประเสริฐชัย อิสริยะรังสรรค์ 100 บาท
199. นส.ธาณีวรรณ ภาคกายี และครอบครัว 100 บาท
200. นส.บุญยรัตน์ บุญสืบสุวรรณ 100 บาท
201. นส.บุษยา แสงสว่าง 300 บาท
202. เพื่อนๆคุณธีระ แพ่งนคร 400 บาท
203. คุณชาญชัย เอี่ยมมณีวงศ์ 100 บาท
204. คุณภิญญู ธนเขมณัฐ 500 บาท
205. คุณสิปปวิชญ์ ศรีสุทัศน์ และคุณน้ำฝน สองศรี 500 บาท
206. นายบุญเชิด ชิตนวคุณ รพ.หนองไผ่ 500 บาท
207. คุณแสงเดือน ศุภอุดร 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ 5,000 บาท)
208. คุณศักดิ์ชัย เรืองเพชร 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
209. คุณอนันต์ ตั้งธาราวิวัฒน์ และญาติธรรม 20 ท่าน  21,800 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
210. คุณพรเทพ บารมีรัตนชัย  500 บาท
211. คุณปรียานุช ไชยเชษฐ์  500 บาท
212. คุณศรุต จันทสกุลเดชา และครอบครัว  46,099 บาท
.............................................................................
213. กองกฐินเพื่อสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต โดยคุณลุงบุญส่ง ทิมพิทักษ์, คุณสมบูรณ์ บุพกรการ และครอบครัว 291,924 บาท
.............................................................................
214. คุณเยาวลักษณ์ ขยันงานและครอบครัว  2,000 บาท
215. คุณปิยะวุฒิ นวลประเสริฐ และครอบครัว  100 บาท
216. คุณวุฒิชัย ฉลาดกลาง (ช่างแป๊ะ)  5,000 บาท
217. คุณเมย์ (Chilapha)  999 บาท
218. คุณสุรีรัตน์ อิทธิกมลเลิศ  1,000 บาท
219. คุณอารีย์นุช อิทธิกมลเลิศ  1,000 บาท
220. คุณเขมณัฏฐ์ อิทธิกมลเลิศ  100 บาท
221. คุณคุณากร อิทธิกมลเลิศ  250 บาท
222. คุณอรวรรณ อิทธิกมลเลิศ  250 บาท
223. คุณณทษา อินทรมณี  250 บาท
224. คุณกนกพร มังคละภาณุพงศ์  200 บาท
225. ว่าที่ ร.ต.สิทธิชัย ภูมิภาค และครอบครัว 5,000 บาท
226. ครอบครัวจีนคง  1,000 บาท
227. คุณแม่วิภา สถาปัตย์พัฒนา และ ดร.สุนีรัตน์ วัฒนวิมลากูล 15,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
228. อาจารย์เรมี มาโนดิเอร์ 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
229. คุณมนูญ วงศ์โกศลเชษฐ์  5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
230. คุณมนัส พิรักษา ครอบครัว และญาติธรรม 5,000 บาท
231. หลวงพี่อ้น  2,000 บาท
232. คุณธนาวรรณ ริยะกุล 2,000 บาท
233. ญาติธรรมจากจังหวัดศีรษะเกษ  10,000 บาท
234. คุณภูวดล ศูนย์จันทร์ และครอบครัว 1,000 บาท
235. คุณสุนารี ตั้งธาราวิวัฒน์ และพลภัทร ตั้งธาราวิวัฒน์ 1,000 บาท
......................................
236. คุณชัยวัฒน์ เคหะลุน  100 บาท
237. คุณจะเด็จ  1,000 บาท
238. คุณภาณุ กาบสลับ และคุณอรุณ ยศรุ่งเรือง  10,000 บาท
239. ไม่ทราบนาม  2,000 บาท
240. ไม่ทราบนาม 100 บาท
241. นางถนอมจิต กัญวิมล, นางณัฐรัฐอร เกิดมี, นายสุทธิพจน์ รุกขชาติ และครอบครัว  500 บาท
242. นายกันตินันท์ จิตเลขา, นางสายพิณ ทองจันทร์, ดช.ณัชณนนท์ จิตเลขา และ ดช.ณัทณพงศ์ จิตเลขา  999.99 บาท
243. คุณเอนก  5,000 บาท
244. คุณอินทกะ พิริยะกุล  10,000 บาท
245. นายธรากุลโรจน์ - นางฐิรญานนท์ - ดญ.ธันยาสินี เกิดมี  1,000 บาท
246. นางลัดดาพร สาเมฆ  200 บาท
247. คุณกิ่งแก้ว วิไลวัลย์  3,000 บาท
248. ในนามคุณพ่อแสวง เจริญพร้อม  500 บาท
249. คุณสุเมธ ลครพล, คุณอัครเดช และ ดช.บัญญวัต ลครพล 300 บาท
250. ดช.จิตรคุปร์ พรวิเศษศิริกุล 1,000 บาท
251. คุณคมสันติ ศรีวงค์จันทร์ และศศิประภา ผางพันธ์  1,000 บาท
252. คุณสามารถ - นางกัลยา ภูมิดา  519 บาท
253. คุณพลภัทร ตั้งธาราวิวัฒน์ และครอบครัว  1,000 บาท
254. คุณมโน ซอศรีสาคร และครอบครัว  2,000 บาท
255. คุณวิมลรัตน์ โรจนาพงษ์ และครอบครัว  2,000 บาท
256. ครอบครัวสุธีวีระขจร  2,000 บาท
257. ครอบครัวคุณแม่เกียว เลิศรุ่งวิเชียร  96,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
.......................................................
258. คุณธานินทร์-นางสัจจพร-ด.ญ.ธันย์ธรณ์ จิตต์พูลกุศล 1,000 บาท
259. คุณผ่องพรรณ สาลิสี  200 บาท
260. นส.นิตยา เพิ่มพูล  1,000 บาท
261. คุณพ่อสหัสน์-คุณแม่อำไพ คีรีรัตน์ และ ผศ.ชยการ คีรีรัตน์ 500 บาท
262. ผศ.ดร.เสริมศิริ อัครพุฒิพันธ์  2,000 บาท
263. คุณธวัชชัย นิรมิตศรีชัย และครอบครัว 3,000.03 บาท
264. คุณจินตนา-คุณคณิศร บัวคำ และครอบครัว  13,200 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
265. Bruno Louis Valentino และคุณพวงพยอม ชาเก้น  1,800 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
266. คุณหัตถยา บุรินรัมย์  200 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
267. คุณลักษมี ไพรพฤษานุรักษ์ และคุณวาสนา แซ่ลิ้ม  1,260 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
268. คุณฤดีวรรณ ผาสุข, คุณสินชัย แก่นภักดี และครอบครัว 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
269. คุณบรรลือศักดิ์ ใจครองแก้ว  300 บาท
270. คุณณปภาฉัตฐ์ กล่ำวงษ์  2,000 บาท
271. คุณพงษ์พันธ์-คุณธนวรรณ-คุณศุภกฤต สุวรรณรอด และครอบครัว 1,999.99 บาท
272. ร.อ.วิชะยตม์ เดชาอนันตทรัพย์  1,000 บาท
273. คุณพุฒิพัฒน์ นิธิธรณ์พรกุล  1,000 บาท
274. คุณพ่อเจริญฤทธิ์-คุณแม่ทองเหลือง อุมรินทร์, คุณจารุพร-ด.ช.ภาคิน อุมรินทร์  500 บาท
275. คุณปรียานุช ไชยเชรษฐ์  500 บาท
276. คุณพลัฏฐ์ อนันต์โชคปฐมา และครอบครัว 1,000 บาท
277. คุณณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี และครอบครัว  500 บาท
278. พระธนินทร อภิญาโน  3,000 บาท
279. นายสราวุฒิ-ร.ต.อ.หญิง จินตนา อุตมะ 1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
280. คุณนิโคลาส-คุณสิริกานต์ แอนโทนี่  1,000 บาท
281. คุณพลอยน้ำเพชร เศรษฐบริบูรณ์กุล และครอบครัว, คุณศิริวีญ์รดา เมธีประภาพร และครอบครัว, คุณฤพร ฤทธิโรจน์ และครอบครัว  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
282. น.ส.นาตญา สาลิสี  200 บาท
.......................................................
283. คณะผ้าป่า โดยคุณอภิเสฐ บุญพวง และญาติธรรมจากจังหวัดชลบุรี  104,743 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
.......................................................
284. คุณวัฒนา หาไชย  500 บาท
285. คุณสุพจน์ วัฒนะศาสน์กุล และครอบครัว  1,000 บาท
286. คุณธนัยนันท์ นิธิธรณ์พรกุล  1,000 บาท
287. คุณนพดล ธนวงค์ประเสริฐ  10,000 บาท
288. ครอบครัวลูกหลาน แม่วรรณา ร่มแก้ว  480 บาท
289. แม่กังฟู&ภูผา  1,000 บาท
290. คุณรักษ์ รักไทยดี  10,000 บาท
291. ดญ.วรีย์ภรณ์ สุวรรณฤทธิ์, ปทุม ไทยใหม่ และครอบครัว 500 บาท
292. นางกัลยณัฎฐ์ สว่างเดือน  200 บาท
293. พระปิโยรส คณาวุฒิกุล และครอบครัว  500 บาท
294. นางพยับ ทรงทับทิม และนายพเยาว ทรงทับทิม 2,000 บาท
295. นายไกรย์ ดีหมื่นไวย์ และครอบครัว  10,000 บาท
296. คุณวัฒนา หาไชย  500 บาท  

รวมยอดสุทธิ 1,770,189.01 บาท


อนึ่ง... ค่าใช้จ่ายที่ได้ชำระค่าก่อสร้างไปแล้ว
1. ค่าก่อสร้างฐานรากเสร็จแล้ว 500,000 บาท 
2. ค่าก่อสร้างคานและเสาปูน 52,490 บาท
3. จ่ายค่ารับเหมาช่างหินทราย หกงวดรวม 1,450,000 บาท
....รวมยอดจ่ายไปแล้ว 2,002,490 บาท
(ส่วนเกินจากรายรับยอดบริจาคมีผู้ถวายที่หลวงพ่อ) 

หมายเหตุ รายนามผู้บริจาคจะพิมพ์เพิ่มต่อท้ายนี้ไปเรื่อยๆ โปรดติดตามเป็นระยะๆครับ และจะรับบริจาคไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแล้วเสร็จ

ขอผลานิสงส์ทั้งหลายที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้ และผลานิสงส์ทั้งหลายที่ผมได้บำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่ต้นธาตุ อดีตชาติและปัจจุบัน จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ท่านและครอบครัว จงมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
5 มีนาคม 2558


ขอเชิญร่วมบริจาคตามประสงค์
แบบเป็นชิ้นๆ หรือเหมาแบบเป็นชั้นๆ ดังนี้















แผนที่เดินทางไปวัดโคกปราสาท