ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรมทาน

เรียนรู้เพื่อเป็นวิทยาทานเท่านั้น จึงไม่ขอพิจารณาพระให้ใคร เพราะมิใช่ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

(344) อนุโมทนากับผู้ร่วมสร้างถนน "สายพระนิพพาน" วัดโคกปราสาท




อนุโมทนากับผู้ร่วมสร้างถนนสายพระนิพพาน

ท่านทั้งหลาย หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร พระผู้พ้นแล้วแห่งวัดโคกปราสาท ได้อนุญาตและพาลูกศิษย์สร้างถนนคอนกรีตทางเข้าวัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ระยะทางราว 1 กิโลเมตร ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมานั้น ถนนเส้นนี้ หลวงพ่อเรียกว่า
"ถนนสายพระนิพพาน" เพราะผู้ที่จะได้ร่วมสร้างนั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีบุญมาก ด้วยเหตุเพราะถนนเส้นนี้ จะเป็นทางสัญจรบิณฑบาตของพระอริยเจ้าและเหล่าเนื้อนาบุญ เป็นที่เดินจงกรมของนักภาวนา เป็นที่สัญจรไปมาของผู้แสวงบุญ และเป็นที่สัญจรของประชาชนทั่วไป เมื่อใดที่พระอริยเจ้าและพระเณรจาริกบิณฑบาตไปบนถนนนี้ เมื่อนั้นบุญก็จักแผ่ไปถึงผู้ได้ร่วมสร้างเป็นอัตโนมัติ เมื่อใดที่นักภาวนาเดินจงกรมบนถนนเส้นนี้แล้วเกิดสภาวธรรม เมื่อนั้นบุญก็แผ่ถึงผู้ร่วมสร้างมิมีประมาณ เมื่อใดบุญเกิดกับพุทธศาสนิกชนที่มาแสวงบุญผ่านถนนเส้นนี้ บุญนั้นก็แผ่ถึงผู้ร่วมสร้างเป็นอัตโนมัติ เมื่อใดที่เหล่าชนทั่วไปใช้สัญจรไปมาในชีวิตประจำวัน เมื่อนั้นอานิสงส์ก็แผ่ไปถึงผู้ร่วมสร้างเช่นกัน อานิสงส์ในวาระต่างๆจึงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งต่อตนเองและยังสามารถแผ่ไปถึงผู้อื่นมิมีประมาณ

การสร้างถนนเข้าวัดโคกปราสาทในวาระนี้ เทวดาเคยเนรมิตผลบุญให้หลวงพ่อแห่งวัดโคกปราสาทดูว่า อานิสงส์นั้นเป็นเช่นไรบ้าง บางท่านก็มีอานิสงส์จะได้บรรลุธรรม ได้เลื่อนชั้นเป็นอริยบุคคล ได้เป็นพรหมเป็นเทวดา และมีกระแสพระนิพพานติดตัวไป ทำให้ภพชาติสั้นลง และที่สำคัญหลวงพ่อได้ทำตามตัวอย่างพระพุทธเจ้า ที่ได้ทรงสร้างพระบารมีด้วยการมีส่วนร่วมสร้างถนนร่วมกับชาวเมืองหนึ่ง ในขณะที่ทรงบำเพ็ญโพธิญาณเป็นฤาษีพระนามว่า "สุเมธดาบส" ขนาดถึงกับใช้ร่างกายของตัวเองนอนทอดตัวกับพื้นถนน เพื่อให้พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกเดินข้ามหลังไป ด้วยเหตุที่สร้างถนนยังไม่แล้วเสร็จ การสร้างถนนในครั้งนั้น ถึงกับทำให้พระพุทธเจ้าพระนามว่า "พระพุทธทีปังกร" ทรงพยากรณ์ฤาษีว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า "พระสมณโคดมพระพุทธเจ้า" ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อจึงมีดำริและอนุญาตให้บรรดาลูกศิษย์รวมถึงสายบุญ ได้ร่วมกันสร้างถนนสายนี้ขึ้นมา เพื่อจะเป็นการเติมบุญบารมีของทุกคนให้เต็มเร็วขึ้น ด้วยเหตุที่ท่านพิจารณาแล้วเห็นว่า อานิสงส์ในครั้งนี้จักมีมากมายนั้นเอง



บัดนี้ ถนนเส้นนี้ได้สำเร็จเสร็จสิ้นลงแล้ว ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ทั้งการถวายปัจจัยเป็นเงิน การสละที่ดิน การบริจาคข้าวของแลอาหารเครื่องดื่ม การใช้แรงกายเข้าช่วย และแม้แต่การอนุโมทนาสาธุการ ก็นับเป็นอานิสงส์ เป็นมหากุศล ร่วมกันมิมีประมาณ จึงขออนุโมทนากับคณะเจ้าภาพและผู้ร่วมถวายปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่แรกเริ่มสร้างจนถึงปัจจุบันพอสรุปได้ดังนี้

1) คณะเจ้าภาพกฐินปี 2556 โดยการนำของคุณครูชำเรือง ขาวสุข - คุณครูการดา ขาวสุข ญาติพี่น้อง และญาติธรรม รวมจำนวน 388,431.75 บาท

2) คณะเจ้าภาพกฐินปี 2557 โดยการนำของท่านปกรณ์ ศรีเรือนทอง และสายบุญร่วมอีกหลายสาย รวมทั้งคณะญาติธรรม เฉพาะจำนวนปัจจัยที่แยกออกมาเป็นค่าสร้างถนนจำนวน 633,050 บาท

3) คณะผ้าป่าโดยการนำของคุณอภิเสฐ บุญพวง และญาติธรรมจากชลบุรี จำนวน 210,337 บาท

4) เงินบริจาคผ่านบัญชีของ ดร.นนต์ ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา และเงินร่วมทำบุญถวายที่หลวงพ่อโดยตรง จำนวนหนึ่ง ดังรายละเอียดได้นำเสนอในเว็บบล็อกแล้ว (ขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนามอีกแต่บุญนั้นได้สำเร็จแล้ว)

5) เงินบริจาคเพิ่มเติมในช่วงสุดท้ายนี้อีกจำนวนหนึ่ง ดังรายนามต่อไปนี้
1. เงินเพิ่มเติมจากงานกฐินของท่านปกรณ์ ศรีเรือนทอง 9,500 บาท
2. คุณดาว 500 บาท
3. ปลัดจุ๋ม 10,000 บาท
4. คุณอภิเสฐ บุญพวง และครอบครัว 20,000 บาท
5. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว 10,000 บาท
6. คุณรี่แห่ง อบต.หลุ่งตะเคียน 5,000 บาท
7. คุณเพชรแห่งอบต.หลุ่งตะเคียน 5,000 บาท
8. คุณญี้และครอบครัว 7,000 บาท
9. พ่อเลิศ- แม่เล็ก กองเงินนอก พ่อสมยงค์ แม่สมบูรณ์ วรแก่นทราย และดาบก้าน 3,000
10. อุบาสิกาสำรวย อุบาสิกาสม อุบาสิกาหวัง และภรรยาคุณอ่อน อีกจำนวนหนึ่ง
11. คุณพิมพ์สิมา เกษมสุวรรณ 3,000.33 บาท
12. คุณภิญญู ธนเขมณัฐ 500 บาท
13. คุณเบญจวรรณ ซอหิรัญ 300 บาท
14. คุณบรรลือศักดิ์ ใจครองแก้ว 300 บาท
15. คุณสิปปวิชญ์ ศรีสุทัศน์ และคุณน้ำฝน สองศรี 500 บาท
16. คุณกชพัฒน์ เพ็ญวิจิตร และครอบครับ 1,000 บาท
17. คุณธวัชชัย นิรมิตศรีชัย และครอบครัว 1,000.01 บาท
18. คุณแอ็ด สงขลา 500 บาท
19. คุณณัฐพล เลี้ยงบุญเลิศชัย 200 บาท
20. คุณถวัลย์ ตันรัตนาวงศ์ และครอบครัว 1,000 บาท
21. คุณแสงเดือน ศุภอุดร 5,000 บาท
22. คุณสุรพงศ์ แสงทับทิม 900 บาท
23. ครูสมปอง ชาภักดี 1,000 บาท
24. แม่สงวน พุดนา 1,000 บาท
25. คุณนิศาชล จันทร์แปลก 1,500 บาท
26. นายจรินทร์ อัศวโกวิททกรณ์ 1,000 บาท
27. คุณนงลักษณ์ อัศวโกวิททกรณ์ 500 บาท
28. คุณนันธนัฐ อัศวโกวิททกรณ์ 900 บาท
29. นายนพปภัทร จันทะนะ 100 บาท
30. คุณนันทวดี ไทยวงษ์ 100.01 บาท
31. คุณนา 1,000 บาท
32. คุณปรียานุช ไชยเชษฐ์ 500 บาท
33. คุณปลา จากสงขลา 1,000 บาท
34. คุณศักดิ์ชัย เรืองเพชร 5,500 บาท
35. คุณสุวินดา สีแพงมน และครอบครัว 1,200 บาท
36. คุณ Sangsan Khumlert 1,000 บาท
37. คุณปิยะวุฒิ นวลประเสริฐ และครอบครัว 100 บาท
38. คุณสุพกิจ สุขีวัฒนมงคล และครอบครัว 300 บาท
39. ร.ต.อ.ศุภชัย-อรอุมา-ด.ช.ปรเมศวร์ อุดหนองเลา. 1,000 บาท
40. คุณกฤตพร บำรุงแจ่ม 500 บาท
41. คุณสมทรง วงศ์ทองเหลือ 500 บาท
42. คุณกนกพร มังคละภาณุพงศ์ 500 บาท
43. คุณศรุต จันทสกุลเดชา และครอบครัว 3,900 บาท

หมายเหตุ  คุณศรุต จันทสกุลเดชา ได้บริจาคร่วมบุญมาเพื่อสร้างถนนและพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท เป็นจำนวน 49,999 บาท ยอดที่เหลืออีก 46,099 บาท จะได้นำไปสร้างเจดีย์ต่อไปครับ

บัดนี้ ได้มีผู้บริจาคร่วมทำบุญสร้างถนนสายพระนิพพาน ทางเข้าวัดโคกปราสาท ได้ครบตามจำนวนที่ติดค้างค่าก่อสร้างทั้งหมดแล้ว ผมในนามตัวแทนและเป็นสะพานบุญ ขออนุญาตปิดโครงการสร้างถนนคอนกรีตสายพระนิพพานลงแต่เพียงเท่านี้

ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
30 ตุลาคม 2557









ปัจจุบัน ถนนคอนกรีตทางเข้าวัดโคกปราสาท ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

(343) อนุโมทนากับผู้ร่วมทำบุญถวายผ้ากฐินวัดโคกปราสาท ปี 2557


อนุโมทนากับเจ้าภาพและผู้ร่วมบุญถวายผ้ากฐิน 
วัดโคกปราสาท ปี 2557

ท่านทั้งหลาย หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะลูกศิษย์วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ขออนุโมทนาบุญกับคณะเจ้าภาพผ้ากฐิน ญาติธรรม และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ที่ได้มาร่วมในพิธีถวายผ้ากฐิน และร่วมถวายปัจจัยเพื่อร่วมสร้างถนนคอนกรีตทางเข้าวัด และร่วมสร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา การถวายผ้ากฐินและปัจจัยในครั้งนี้ มีพิธีเรียบง่ายตามแบบฉบับของวัดป่ากัมมัฏฐาน ไม่มีพิธีแห่ฟ้อนรำ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่มีอบายมุขของมึนเมา และไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ จึงนับว่าเป็นกฐินบริสุทธ์ที่มีอานิสงส์มาก กฐินในปีนี้ มีคุณปกรณ์ ศรีเรือนทอง ผู้บริหารบริษัทซีพี กรุงเทพฯ เป็นประธานผ้ากฐิน นอกจากนั้น ยังมีเจ้าภาพร่วมอีกหลายท่าน ดังรายนามต่อไปนี้


1. คุณปกรณ์ ศรีเรือนทอง (ประธาน) และญาติธรรม ประมาณ 350,000 บาท

2. คุณลุงบุญส่ง ทิมพิทักษ์, คุณสมบูรณ์ บุพกรการและครอบครัว 291,924 บาท

3. สายครอบครัวของคุณรี่ (อบต. หลุ่งตะเคียน), สายครอบครัวของหลวงพี่แม็ค, และญาติธรรมถวายโดยตรงกับหลวงพ่อที่วัดโคกปราสาท รวมกัน 164,020 บาท

4. ร่วมบุญผ่านบัญชีของ ดร.นนต์ 77,120 บาท ดังรายนามต่อไปนี้
1. คุณพชร และคุณทิพย์สุดา นาราด 10,000 บาท
2. ดร.ขวัญสุมาณา พิณราช 5,000 บาท
3. ไม่ออกนาม 500 บาท
4. คุณโต้ สี่รอย 120 บาท
5. คุณปิยมน รักษาวงษ์ 500 บาท
6. แม่น้อย พิรักษา 1,000 บาท
7. นายมนัส พิรักษา 1,000 บาท
8. นางมานิตย์ พิรักษา 1,000 บาท
9. ด.ช.เมธา พิรักษา 1,000 บาท
10. ด.ญ.จงกลณี พิรักษา 1,000 บาท
11. ด.ช.รัตนธร พิรักษา 1,000 บาท
12. นายหิรัญ วีระกุล 1,000 บาท
13. คุณเมปาล ใจดี 300 บาท
14. คุณมณี มหามิตร 2,000 บาท
15. คุณณัฐวัฒน์ - นางโศจิรัตน์ นรศารคณิศร์และครอบครัว 200 บาท
16. คุณแม่วิภา สถาปัตย์พัฒนา และ ดร.สุนีรัตน์ วัฒนวิมลากุล 20,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
17. คุณวิท นิยม 100 บาท
18. คุณกาก้า เรือนพญานาค 500 บาท
19. คุณนัธทวัฒน์ ใจกล้า 500 บาท
20. คุณสุพจน์ นาคะวรรณศักดิ์ และครอบครัว 400 บาท
21. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว 10,000 บาท

รวมยอดทั้งหมด 940,184 บาท

หมายเหตุ ปัจจัยจะนำไปใช้ประโยชน์ดังนี้
1. สร้างถนนคอนกรีตทางเข้าวัดโคกปราสาท 633,050 บาท
2. สร้างพระบรมเจดีย์พุทธนิมิต วัดโคกปราสาท 307,134 บาท


จึงขออนุโมทนากับผู้มีส่วนร่วม ทั้งถวายปัจจัย สิ่งของ โรงทาน และผู้ร่วมอนุโมทนาทุกท่าน ขอให้มีความสุขความเจริญ สงบสุขร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
13 ตุลาคม 2557



วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

(342) ธรรมปฏิบัติสัญจรและโปรดชาวโลกทิพย์โลกวิญญาณที่ชลบุรี





ธรรมปฏิบัติสัญจรและโปรดชาวโลกทิพย์โลกวิญญาณที่ชลบุรี

ท่านทั้งหลาย เมื่อคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2557 หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร แห่งวัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นคคราชสีมา ได้พาคณะลูกศิษย์ไปปฏิบัติภาวนาและโปรดชาวโลกทิพย์โลกวิญญาณ ณ ป่ายูคาลิปตัสที่อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามคำนิมนต์ของคุณเล็ก ไร่พิมาย เจ้าของ PONDEROSA RESORT ที่อยู่ติดกับอ่างน้ำมาบประชัน และอยู่ไม่ไกลจากพัทยามากนัก คุณเล็กเธอเป็นหลานของหลวงพ่อ และเคยนิมนต์หลวงพ่อมาโปรดที่รีสอร์ทแล้วครั้งหนึ่ง คืนนี้หลวงพ่อพาลูกศิษย์ราว 30 คน มาปฏิบัติภาวนา ทั้งสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม สลับกับการแสดงธรรม ต่างก็เพียรภาวนากันตามอัธยาศัยตลอดทั้งคืน




ท่านทั้งหลาย ในค่ำคืนนี้ก็ยังมีเรื่องราวอจินไตยที่รู้เห็นภายในเป็นปัจจัตตัง อาทิเช่น ในช่วงหัวค่ำก่อนสวดมนต์ภาวนา พญานาคตนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในอ่างเก็บน้ำได้ขึ้นมากราบหลวงพ่อ และได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นข่าวหลายครั้งคือ ที่ผ่านมามีการแข่งเรือประจำปีในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ แล้วเกิดเรือล่มลงแทบทุกปี บางปีก็มีคนตายจมหายไป ทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ นั่นเป็นเพราะฝีมือของเขาเอง เขายังได้อ้างต่อไปว่า เพราะผู้คนมันดื้อมันมึน เขาจึงสั่งสอนมนุษย์ดังกล่าว หลวงพ่อจึงเทศนาพร้อมกับถามเขาไปว่า "ผืนดินแห่งนี้กับตัวท่าน ใครเกิดก่อนกัน" เขาตอบว่า "แผ่นดินนี้" หลวงพ่อจึงเทศน์ต่อไปว่า "เมื่อผืนดินแห่งนี้เขาเกิดมาก่อนเรา แล้วเราจะไปหลงไปหวงแผ่นดินนี้ว่า เป็นของเราได้อย่างไร เพราะแผ่นดินนี้มิใช่ของผู้ใด ฉะนั้นอย่าไปทำร้ายผู้คนอีกเลย มันจะเป็นเวรเป็นกรรมเสียเปล่าๆ" หลวงพ่อได้แสดงธรรมโปรดพญานาคตนนี้อยู่นานพอสมควร ในที่สุดมานะทิฏฐิในใจของเขาก็ลดลง จึงหวังว่าในปีต่อๆไป คงจะไม่มีผู้ใดมาตายเพราะเรือล่มอีก

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องราวเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้อีกหลายอย่าง อาทิเช่น ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งภาวนาสมาธิ ก็ปรากฏเสียงสุนัขเห่าหอนดังระงมและรับกันเป็นช่วงๆ ซึ่งเป็นสื่อแสดงว่า พวกวิญญาณพากันมาขอส่วนบุญ พอราวๆตีหนึ่งถึงตีสอง พวกเทวดาก็พากันมา พอถึงเวลาตีสาม เทวดาได้ดลให้ฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย เพื่อส่งสัญญาณให้พวกเราย้ายที่สวดมนต์และภาวนา ซึ่งหลวงพ่อได้บอกในภายหลังว่า เทวดาเขานิมนต์ให้หลวงพ่อและพวกเราเข้าไปภาวนาในห้องรับรองของรีสอร์ท เพื่อจะได้ให้บุญกับเจ้าของผู้นิมนต์ คณะจึงพากันย้ายไปสวดมนต์และนั่งภาวนาสมาธิในห้องรับรองนั้น ตั้งแต่ตีสี่ จนถึงเช้าของวันที่ 10 ตุลาคม 2557 หลังจากนั้น เจ้าภาพก็ได้ถวายภัตตาหารแด่หลวงพ่อและพระสงฆ์ เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่ชาวโลกทิพย์โลกวิญญาณและสรรพสัตว์ ดั่งที่เคยปฏิบัติมา จึงนับว่า ทั้งเจ้าภาพและชาวคณะที่มา ได้รับอานิสงส์มากอีกวาระหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อเล่าให้ฟังอีกเรื่องหนึ่งก็คือ คุณเล็กเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ เธอเคยเป็นพระแม่เจ้าหรือราชินีของเมืองนี้ เมื่อแสนกว่าปีที่แล้ว พวกวิญญาณที่ตกค้างตั้งแต่สมัยโน้นก็มีมาก ก็พึ่งจะได้รับการปลดปล่อยในวาระนี้ พวกเขาบอกหลวงพ่อว่า พวกเขารอพระแม่เจ้ามาโปรดนานแสนนาน หลวงพ่อจึงได้แสดงธรรมต่อทั้งลูกศิษย์และชาวโลกทิพย์โลกวิญญาณไปพร้อมๆกันว่า "สัตว์โลกทั้งหลายเวียนว่ายตายเกิด ผูกพันสร้างทั้งกรรมดีกรรมชั่วร่วมกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เมื่อเกิดมาแล้วก็จำอะไรไม่ได้ เกิดมาแล้วก็พากันตายแบบเล่นๆ ไม่มีตายจริงสักที ตายจริงแบบพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์นั้นซิที่ท่านเรียกว่า "ตายจริงๆ" ตายแล้วไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ในเมื่อพวกเราได้เกิดมาแล้ว ก็จงพากันสร้างสมบารมีกันต่อไป" หลวงพ่อได้แสดงธรรมต่อว่า ทำไมหลวงพ่อจึงต้องอนุญาตและพาพวกเราสร้างเจดีย์ สร้างถนนเข้าวัด ก็เพราะหลวงพ่อพิจารณาแล้วเห็นว่า จะเป็นหนทางให้พวกเราได้บุญเต็มเร็วขึ้น เพราะสิ่งนี้มีอานิสงส์มาก เมื่อทานบารมีเต็มแล้ว การเจริญภาวนาก็จะก้าวหน้า จะรู้เห็นธรรม และบรรลุนิพพานได้เร็วขึ้น เมื่อนั้นจะได้ตายจริงๆเสียที อย่างไรก็ตามหลวงพ่อก็ได้เตือนสติลูกศิษย์อยู่เป็นประจำว่า เมื่อรู้อดีตแล้วก็อย่าได้ไปหลงในอดีตเสียละ อนาคตที่ยังมาไม่ถึงก็อย่าไปคิดมัน ให้ทำในปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่าประมาท ให้เร่งเพียรทำความดีต่อไป จะได้พ้นทุกข์กันเร็วขึ้น ดังนั้นคติธรรมที่หลวงพ่อท่านเมตตาสั่งสอน คณะลูกศิษย์จะขอจดจำนำไปปฏิบัติต่อไป จึงขอจบเรื่องราววาระบุญในวาระนี้ลงแต่เพียงเท่านี้

หมายเหตุ มีการตกแต่งและอาจสลับลำดับคำของหลวงพ่อบ้าง เพราะความจำไม่เที่ยง แต่ข้อความหลักยังอยู่มากที่สุด จึงขอขมากรรมต่อองค์ครูอาจารย์หากมีข้อความผิดเพี้ยนไปบ้าง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
10 ตุลาคม 2557

สนใจติดต่อที่พักไม่ไกลจากพัทยามากนัก

PONDEROSA RESORT
0987375931





(341) ธรรมปฏิบัติวันออกพรรษาวัดโคกปราสาท ปี 2557


ธรรมปฏิบัติวันออกพรรษาวัดโคกปราสาท ปี 2557

ท่านทั้งหลาย ในวาระวันออกพรรษา 8 ตุลาคม 2557 ในปีนี้ หลวงพ่อแห่งวัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้พาบรรดาลูกศิษย์เวียนเทียนและปฏิบัติภาวนาทั้งนั่งสมาธิและจงกรมสลับการแสดงธรรมตลอดทั้งคืน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา พอตอนเช้าวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ก็มีพิธีตักบาตรเทโวตามประเพณี ผลานิสงส์จึงบังเกิดขึ้นเฉพาะตน ตามความเพียรมากน้อยต่างกันไป ส่วนชาวโลกทิพย์โลกวิญญาณก็มามากมายเช่นเคย ต่างก็ทำหน้าที่ของใครของมัน หน้าที่ของผู้ให้บุญ หน้าที่ของผู้มาขอส่วนบุญ หน้าที่มาเพื่ออนุโมทนา มาเพื่อฟังอรรถฟังธรรม ทุกข์ที่มีก็ทุเลา สุขที่มีก็มากขึ้น บุญก็สั่งสมไปตามลำดับ และตราบใดที่มีเนื้อนาบุญอยู่บนโลกใบนี้ ก็นับว่าเป็นที่พึ่งของหมู่ชนทั้งสามแดนโลกธาตุ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
9 ตุลาคม 2557




(340) บุรุษผู้เกิดมาแต่ดิน



บุรุษผู้เกิดมาแต่ดิน

ท่านทั้งหลาย เนื่องในวาระครบรอบวันเกิด(ทางโลก)ของบุรุษผู้หนึ่ง ในวันที่ 5 ตุลาคม 2557 นี้ ได้มีบรรดาผู้ที่เคารพนับถือกัน ทั้งที่เคยเห็นหน้าและไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ได้แสดงมุฑิตาจิตต่อบุรุษผู้นี้ ด้วยความนับถือต่อกัน ทั้งผ่านทางกาย วาจา ใจ ด้วยตนเองก็ดี ด้วยพื้นที่ของเฟสบุ๊คหรือไลน์บนมือถือก็ดี ล้วนเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์แห่งจิตใจทั้งสิ้น บุรุษผู้นี้มีความซาบซึ้งในน้ำใจของทุกท่าน จึงขอตอบแทนด้วยการเจริญภาวนาและแผ่บุญกุศลมาถึงทุกท่านมิมีประมาณ แม้ท่านจะทราบได้หรือไม่ทราบได้ก็ตาม แต่บุญนั้นก็ได้ทำหน้าที่อย่างอัตโนมัติและบริบูรณ์แล้ว จึงขออนุโมทนาอีกครั้งครับ

ท่านทั้งหลาย บุรุษผู้ยังโง่เขลาได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นบนแผ่นดินอีสาน ในหมู่บ้านชนบท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านถิ่นกำเนิดของพระอรหันต์เจ้าผู้เป็นครูอาจารย์ ห่างกันราว 11 กิโลเมตร นับเป็นนัยสำคัญที่ได้ติดตามท่านลงมา เพื่อสร้างบุญบารมีในภพนี้ เมื่อถึงช่วงเวลาหลังกึ่งกลางพุทธกาลเกือบ 7 ปี บุรุษผู้นี้ก็ถือกำเนิดขึ้นในวันจันทร์แรม 14 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงพระตีกลองเพลดังกระหน่ำในเวลา 11.00 น. การเกิดในครั้งนี้ ก็ไม่ต่างจากสัตว์โลกทั้งหลาย เพราะเกิดขึ้นมาก็เพื่อเดินไปสู่ความตายในที่สุด และบัดนี้เขาได้ตระหนักแล้วว่า แม้ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายก็เป็นทุกข์ ทุกข์อริยสัจ เป็นสัจธรรมของโลกสมมุติ มีแต่แดนวิมุติเท่านั้นที่เป็นที่อยู่ของผู้ไม่ต้องเกิดต้องตายอีก ดังนั้น การเกิดและการตายในครั้งนี้ เขาจึงอยากจะให้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเป็นความปรารถนามาหลายภพหลายชาติแล้ว

ท่านทั้งหลาย บุรุษผู้นี้ถือกำเนิดมาแต่ดิน ด้วยเหตุ :
1. เกิดจาก "ธาตุดิน" ที่เป็นของมารดา รวมกันเข้ากับ "ธาตุน้ำ" ของบิดา แล้วผสมกันเข้าเคี่ยวจนกลายเป็นกลละ คือมีลักษณะน้ำใส เป็นเมือกเกิดขึ้นในสัปดาห์แรก ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเจริญเติบโต ต่อมาสัปดาห์ที่ 2 เป็นอัพพุทะ มีลักษณะเป็นเมือกที่ขุ่นข้น สัปดาห์ที่ 3 เป็นเปสิ มีลักษณะแดง สัปดาห์ที่ 4 เป็นฆนะ มีลักษณะเป็นก้อนค่อยๆแข็งตัวขึ้น และสัปดาห์ที่ 5 เป็นปัญจสาขา มีลักษณะเป็นปุ่ม 5 ปุ่ม คือ ปุ่มศรีษะ 1 ปุ่ม ปุ่มแขน 2 ปุ่ม ปุ่มขา 2 ปุ่ม จากนั้นก็จะพัฒนาไปสู่การเป็นรูปร่างจนมีผม ขน เล็บ ฯลฯ ตามมา จึงเห็นได้ว่า การถือกำเนิดของสัตว์โลกจึงมาแต่ธาตุทั้งสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่มารวมกันเข้า เมื่อตายไป ร่างกายก็ย่อยสลายไป ธาตุทั้งสี่ก็แยกออกจากกัน จนเหลือแต่ธาตุดินในที่สุด
2. เกิดจาก "ดิน" ในความหมายว่า เป็นผู้มีชาติกำเนิดมาในครอบครัวชาวนาชนบท มีฐานะต่ำต้อยติดดิน แต่เป็นครอบครัวของผู้รักษาศีลภาวนามาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย เมื่อเกิดมาแล้วก็มีความผูกพันอยู่กับวัดกับวามาตั้งแต่เป็นเด็ก ชีวิตก็คงไม่ต่างไปจากครูอาจารย์เจ้าทั้งหลาย คือ เป็นผู้มาแต่ดิน ไปแต่ดิน และปรารถนาจะไม่กลับมาสู่ดินอีก

ท่านทั้งหลาย เนื่องในวาระแห่งมงคลนี้ ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญ สงบสุขร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
5 ตุลาคม 2557


อนุโมทนา "มุฑิตาจิต" เนื่องในวันเกิด

"จิต" ดีมีกุศลเป็นกำเนิด 
"วาจา" ประเสริฐเกิดเป็นอักษร
"กายา" รจนาเป็นบทกลอน
"ใจ" 
สะท้อนกายวาจาถึงกัน
วันเกิดของบุรุษในปีนี้
มากไมตรีมีมามุ่งหมายมั่น
สุขกายใจใดดีดลโดยพลัน
ขอสุขสันต์จงมีแด่ท่านเทอญ

ไมตรีที่ท่านมุฑิตาจิต
มากมิตรมีมาน่าสรรเสริญ
สุขกายใจจงย้อนกลับไปเทอญ
อย่าขัดเขินเงินทองของมากมาย
สุขใดในโลกที่ปรารถนา
โปรดไหลมาเทมามากหลาย
ธรรมใดใดให้ไหลมาที่ใจ
แลขอได้นิพพานทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
7 ตุลาคม 2557

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

(339) แผนที่ไปวัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา

ท่านสามารถเดินทางไปวัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้สองเส้นทาง ดังนี้

1. เส้นทาง อ.พิมาย และ อ.ชุมพวง 

หากท่านเดินทางมาจากโคราชหรือขอนแก่น ให้มาตามถนนมิตรภาพ (หมายเลข 2) พอถึงแยกไฟแดงบ้านตลาดแค (อ.สูงเนิน) ให้เลี้ยวไปอำเภอพิมาย ราว 9 กิโลเมตร จะถึงสามแยกเลี่ยงเมืองพิมายตรงอาคารสร้างใหม่ "ศาลจังหวัดพิมาย" ให้เลี้ยวขวาไปอำเภอชุมพวง ประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร จะถึงสามแยกให้เลี้ยวขวาไปอำเภอชุมพวง เลยไปอีกเกือบ 1 กิโลเมตรจะถึงสามแยกบ้านวังหิน ให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอชุมพวง  ออกจากแยกวังหินจะผ่านหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านตะปัน บ้านรังกา ฯลฯ พอถึง บ้านพุทรา จะมีทางแยกไปวัดโคกปราสาท (เส้นที่ 1) ให้เลยโรงเรียนบ้านพุทราราว 150 เมตร จะเจอแยกขวาถนน นม.4061 ให้เลี้ยวไปตามถนนราดยางผ่านหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านโคกขาม ฯลฯ ระยะทางราว 14 -15 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านโนนไม้แดง ให้ขับเลยเสาอากาศโทรศัพท์สูง 2 ต้นไปประมาณ 100 เมตร จะเจอบ้านสีเขียวให้เลี้ยวซ้ายตรงป้ายวัดโคกปราสาท ให้วิ่งตามถนนคอนกรีตตรงไปราว 900 เมตรก็จะถึงวัดโคกปราสาท

หรืออีกเส้นหนึ่ง บ้านหนองจิก (เส้นที่ 2) จะสะดวกและถนนดีกว่าเส้นแรก ให้ขับเลยบ้านพุทราและผ่านบ้านหนองปรือไป จนถึงโรงเรียนชุมชนบ้านหนองจิก ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข นม.4006 มีป้ายบอกว่าไป อ.ห้วยแถลง ซึ่งถนนอยู่ติดกับรั้วโรงเรียนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ให้วิ่งไปตามถนนราดยางผ่านหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านตะเคียนงาม ฯลฯ เมื่อผ่านบ้านลุงตามันแล้ว ก็จะถึงสามแยกบ้านโนนไม้แดง ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 300 เมตรก็จะเจอเสาอากาศโทรศัพท์สองเสา ให้เลี้ยวซ้ายตรงป้ายเข้าวัดโคกปราสาท และหากเดินทางมาจากอำเภอชุมพวง ก็ให้ใช้เส้นทางนี้เช่นกัน






2. เส้นทาง อ.ห้วยแถลง

หากท่านเดินทางมาจากนครราชสีมา ให้วิ่งมาตามถนนสายจักราช-ห้วยแถลง ผ่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.จักราช ถึง อ.ห้วยแถลง ราว 68 กิโลเมตร เมื่อถึงสี่แยกวงเวียน ตรงปั๊มน้ำมัน ปตท. ให้เลี้ยวซ้ายไปทางโรงเรียนชุมชนบ้านทับสวาย ให้วิ่งตามถนนบ้านตะแกรง (ดูหลักกิโลเมตร) วิ่งผ่านหมู่บ้านต่างๆ ไปจนราว 23 กิโลเมตร ก็จะถึงสามแยกบ้านตะแกรง ให้เลี้ยวซ้ายไป อ.พิมายหรือ อ.ชุมพวง ผ่านบ้านหลุ่งตะเคียนราว 1-2 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านโนนไม้แดง ให้เลี้ยวขวาตรงป้ายวัดโคกปราสาท (ตรงบ้านสีเขียว) ให้วิ่งตรงไปวัดโคกปราสาทราว 900 เมตรก็จะถึงวัดโคกปราสาท และหากเดินทางมาจากบุรีรัมย์หรือลำปลายมาศ เมื่อถึงสี่แยกวงเวียนแล้ว ให้วนแล้วตรงไปตามถนนบ้านตะแกรงตามข้างต้น



หมายเหตุ วัดโคกปราสาท อยู่ติดกับหมู่บ้านโนนไม้แดง ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา แต่วัดตั้งอยู่ฟากข้ามห้วยลำมาศ วัดโคกปราสาท จึงมาขึ้นกับ ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ดังนั้น วัดโคกปราสาทจึงอยู่ชายแดนระหว่าง อ.พิมาย และ อ.ห้วยแถลง

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

(338) นิทานธรรมเรื่อง "จิตถึงจิต ใจถึงใจ"




นิทานธรรมเรื่อง "จิตถึงจิต ใจถึงใจ"

ท่านทั้งหลาย จะขอเล่านิทานธรรมเรื่องหนึ่ง สมมุติว่า เรื่องราวนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ขณะบุรุษผู้ยังโง่เขลากำลังจะเดินขึ้นกุฏิก็ต้องตกใจ เพราะมีงูตัวหนึ่งคล้ายงูสิงห์ ลำตัวยาวประมาณ 80 ซม. โผล่หัวออกมาตรงวางรองเท้า ซึ่งเป็นขั้นบันไดก้อนอิฐที่ขึ้นกุฏิ เขาจึงได้ไล่ให้มันออกไปจากทางเสีย แต่แปลกเมื่อมันเลื้อยลงน้ำใต้ถุนกุฏิ แล้วว่ายน้ำไปได้ราว 1 เมตร มันกลับว่ายย้อนกลับมาหาบุรุษผู้ยังโง่เขลา พร้อมกับโผล่หัวเหนือผิวน้ำ และหยุดนิ่งจ้องมายังบุรุษผู้นี้ ต่างจ้องหน้ากันในระยะห่างกันราว 1 เมตรเศษๆ เขาสังเกตเห็นแต่แรกแล้วว่า มันแสดงอาการแตกต่างจากงูทั่วไปที่เคยเห็นมา พลันก็นึกขึ้นมาได้ว่า "เอ..หรือว่าเขามาขอส่วนบุญ" เขาจึงได้แผ่เมตตา พร้อมกับส่งกระแสจิตพูดคุยกับมันไปหลายอย่าง เป็นการพูดคุยภาษาใจในเรื่องธรรมมะกับมัน ก็พูดไปตามประสาของคนยังโง่เขลา และก็พูดอยู่ฝ่ายเดียว เพราะเขายังไม่มีญาณหยั่งรู้ภาษาของมัน แต่แปลกที่มันสามารถส่งกระแสคลื่นบางอย่างมาถึงเขาได้ ต่างจ้องมองกันอยู่นานเกือบสิบนาที โดยมันไม่เคลื่อนไหวกายใดๆเลย แม้บุรุษผู้นี้จะขอถ่ายภาพมันไว้ก็ตาม เมื่อเขาแผ่กระแสบุญให้มันนานพอควร เขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า "หากเจ้ารู้ภาษาของเรา ขอให้เจ้าผงกศรีษะนะ" แปลกที่มันเคลื่อนไหวศรีษะลงเล็กน้อย จนทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมแผ่เป็นวงคลื่นออกไปราวสี่ห้าครั้ง เมื่อเขาเห็นแล้ว และพอควรแก่เวลาแล้ว เขาจึงบอกให้มันไปเสีย และบอกมันว่า "อย่าได้ทำให้มนุษย์ตกใจเสียละ ประเดี๋ยวจะถูกทำร้ายเอา" พูดจบเขาจึงลุกขึ้นเพื่อจะเดินขึ้นกุฏิ งูตัวนั้นก็ดำน้ำลงไปอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องแปลกที่เกิดเหตุการณ์ "เสมือน" ให้เขาได้เรียนรู้อีกขั้นหนึ่ง ฤานี่จะเป็นไปตามจิตของเขาที่ผุดรู้ขึ้นมา เมื่อครั้งที่เขาภาวนาอยู่ที่ถ้ำแจ้ง อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ว่า "ต่อไปจักเรียนรู้ภาษาสัตว์" แต่เขาก็เตือนใจตัวเองเสมอว่า นั่นก็เป็นแต่เพียงอุปาทานที่ปรุงแต่งขึ้นมาในใจของเขาเท่านั้น


นิทานธรรมเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า "ความเมตตา" ต่อกันนั้น มีพลานุภาพมิมีประมาณ แม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานและต่างฐานะกัน แต่ก็เป็นเพื่อนร่วม "เกิด แก่ เจ็บ ตาย" ในวัฏฏะอันน่าสงสารมิต่างกัน พระท่านจึงมิให้ดูถูกกัน ให้มีเมตตาต่อกัน ไม่ทำร้ายเบียดเบียนกัน เราท่านจึงจักพบกับความสุขร่มเย็น ตามเหตุตามอัตภาพในโลกสมมุตินี้ จนกว่าจะพ้นทุกข์กันไปได้ เมื่อนั้นก็ไม่มีสิ่งใดๆ ที่จะมาแสดงอะไรๆต่อกันอีก จึงขอจบนิทานธรรมแต่เพียงเท่านี้


ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
30 กันยายน 2557