ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรมทาน

เรียนรู้เพื่อเป็นวิทยาทานเท่านั้น จึงไม่ขอพิจารณาพระให้ใคร เพราะมิใช่ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

(343) อัศจรรย์อานิสงส์จากการเจริญภาวนาข้ามคืนในช่วงเข้าพรรษา

 





อัศจรรย์อานิสงส์แห่งการเจริญภาวนา
“เพื่อถวายบูชาคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์”


ท่านทั้งหลาย เนื่องจากในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร พระผู้พ้นแล้วแห่งวัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้พาคณะลูกศิษย์ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา และญาติธรรม ทั้งจากแดนใกล้และแดนไกลสร้างมหากุศล ซึ่งนอกจากจะมีการสวดมนต์ เวียนเทียน และตักบาตรตามประเพณีแล้ว ท่านยังได้พาลูกศิษย์เจริญภาวนากัมมัฏฐานตลอดทั้ง 4 คืน โดยไม่หลับนอน (อาศัยพักผ่อนกลางวันราวสองสามชั่วโมง) เพื่อถวายบูชาคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ และบูชาคุณครูอาจารย์ แลบิดามารดา หลวงพ่อบอกว่า “พระพุทธองค์ตรัสว่า แม้บุคคลใดเจริญภาวนาเพื่อถวายบูชาพระตถาคต บูชาพระธรรม และบูชาพระอริยสงฆ์ จักได้อานิสงส์มิมีประมาณ” อีกทั้งยังได้ถือโอกาสเนื่องในวาระนี้ เจริญภาวนาเพื่อถวายบูชาคุณหลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมาย พระอรหันต์ผู้เป็นมารดาของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ที่ครบรอบวันละสังขาร 1 ปี (13 กรกฎาคม 2557) ซึ่งอานิสงส์ก็ได้บังเกิดขึ้นเป็นจริงแล้วตามนั้น





 

ดังจะเห็นได้ว่า เมื่อถึงวันสุดท้าย หลวงพ่อได้กล่าวกับทุกคนว่า พรหมเทวดาทุกชั้นฟ้าพากันมามากมาย เพื่อมาอนุโมทนากับนักภาวนาตลอดทุกคืน เหล่าพรหมเทวดายังได้กล่าวสรรเสริญนักภาวนาว่า “ผู้ใดเจริญภาวนาได้ตลอด 4  คืนโดยไม่หลับนอน ก็จะได้อานิสงส์ติดภพชาติไปได้ 4 ชาติ” คือมีอานิสงส์ไม่ลืมการภาวนาและไม่ตกต่ำไปกว่าชาตินี้ มีแต่จะสั่งสมบุญบารมีมากไปตามลำดับ หากในภพชาติต่อไปมีความพากเพียรมากขึ้น ก็อาจบรรลุธรรม หรือภพชาติจะยิ่งสั้นลง พระนิพพานนั้นจึงอยู่ไม่ไกล และหากผู้ใดสามารถเจริญภาวนาได้มากคืนเท่าไร อานิสงส์ก็จะติดภพชาติไปได้มากเท่านั้น

ซึ่งในวาระนี้แม้จะเป็นเพียง 4 คืน แต่ผลแห่งการเพียรภาวนา ก็ได้ส่งผลเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ภาวนามิมีประมาณ บางท่านถึงกับน้ำตาแห่งความปีติหลั่งไหลออกมา ดุจดังทำนบกั้นพังทลายเป็นอัตโนมัติ นั้นเป็นเพราะเข้าถึงกระแสธรรม ทั้งธรรมที่ได้ฟังเทศน์จากใจของหลวงพ่อ และธรรมที่ปรากฏขึ้นภายในใจของตนเอง อันเป็นผลมาจากการเจริญภาวนา บางท่านกิเลสก็ได้เบาบางลง บางท่านก็เกิดสภาวธรรมอันสว่าง พร้อมกับเกิดญาณรู้เห็นเป็นอัศจรรย์ “รู้วาระจิต” “รู้อนาคต” ตลอดจน “รู้” และ “เห็น” ในสิ่งต่างๆเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นญาณขั้นกลางของอริยบุคคล บุญและกระแสธรรมจึงได้แผ่ซ่านไปทั้งกายและใจ เป็นปัจจัตตัง ที่มิสามารถยกออกมาอธิบายได้ และท่านเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความสงสัยและยึดติดใดๆ ในบุญและกระแสธรรมที่ได้บังเกิดขึ้นแล้ว เพราะท่านตระหนักว่า "ยิ่งรู้ยิ่งต้องละวาง" เพียงแต่นำมาสนทนากันเป็นการส่วนตัวระหว่างผู้ที่เข้าใจในธรรมด้วยกัน เมื่อทราบภายในซึ่งกันและกันแล้ว ต่างก็อนุโมทนากัน น้ำตามันก็หลั่งไหลออกมาเป็นอัตโนมัติ นี้คือ ผลของนักภาวนาผู้มีความพากเพียร และอยู่ภายใต้การสั่งสอนแนะนำของพระผู้พ้นแล้ว ความหลงจึงไม่มี ทางจึงตรงและสั้นลง จึงขอยืนยัน และร่วมอนุโมทนากับนักภาวนาทุกท่าน






นอกจากนั้น ในวาระวันเข้าพรรษาปีนี้ ได้มีคณะบุคคลทั้งจากโรงเรียนบ้านหลุ่งตามัน คณะชาวบ้านหลุ่งตะเคียน และคณะผู้บริหารและข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบลหลุ่งตะเคียน ได้มาถวายเทียนเข้าพรรษา และมีผู้ร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์ธาตุอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะขออนุโมทนากับคณะของคุณอภิเสฐ บุญพวง และญาติธรรมจากจังหวัดชลบุรี รวบรวมปัจจัยมาสร้างพระเจดีย์ธาตุ 124,004 บาท และคุณเล็ก ไร่พิมาย ซึ่งเป็นหลานของหลวงพ่อ จำนวน 100,000 บาท จึงขออนุโมทนาด้วยทุกประการครับ






นึ่ง ในวาระเดียวกันนี้ ขออนุโมทนาเป็นกรณีพิเศษกับลูกศิษย์ 1 ใน 5 คู่บุญบารมีของหลวงพ่อคือ คุณรี่ ที่ได้เจริญภาวนาและอดอาหาร (ดื่มแต่น้ำ) และปิดวาจา เป็นเวลา 8 วัน เขาสามารถทำได้อย่างน่าสรรเสริญ จนเกิดสภาวธรรมบางอย่างขึ้นภายในใจเป็นปัจจัตตัง รวมทั้งขออนุโมทนากับหลวงพี่แข้วที่ได้อดอาหารและปิดวาจา 7 วัน เพื่อถวายบูชาธาตุขันธ์ของหลวงพ่อ ซึ่งได้ปฏิบัติมาก่อนหน้านั้น และขออนุโมทนากับ อ.ดร.การัณย์ ที่ได้ปักหลักถือศีลแปดและเจริญภาวนาโดยไม่นอนในกลางคืนตลอด 9 วัน ซึ่งมาสิ้นสุดในช่วงวันเข้าพรรษาพอดี จึงขออนุโมทนาด้วยเช่นกันครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
24 กรกฎาคม 2557



วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

(342) ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์ธาตุ วัดโคกปราสาท (อัพเดตล่าสุด)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล
dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com
0857678008






ขอเชิญร่วมสร้าง "พระเจดีย์ธาตุ" วัดโคกปราสาท
ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา

รายนามผู้ร่วมบุญจะพิมพ์ประกาศต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ

ท่านทั้งหลาย แม้เราจะเข้าใจดีว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้พระสงฆ์ผู้เข้ามาบวชแล้ว ไปสร้า
งวัดสร้างศาลาแลอาสนะทั้งหลาย แต่พระพุทธองค์ก็ได้ละเว้นไว้ให้สำหรับ "ฆราวาสแลอุบาสกอุบาสิกา" สามารถที่จะสร้างเสนาสนะถวายพระสงฆ์ได้ ดั่งที่พระพุทธองค์ได้อนุญาตให้พระเจ้าพิมพิสารสร้างเสนาสนะถวายที่ป่าเวฬุวัน รวมทั้งยังได้ตรัสสรรเสริญว่า พระเจ้าพิมพิสารได้ผลานิสงส์มากมายจากการสร้างในครั้งนั้น ดังนั้น การสร้างทานบารมีสำหรับผู้มีปัญญานั้น คือทานที่ออกจากใจอันบริสุทธิ์ ได้ปัจจัยมาด้วยความบริสุทธิ์ และถวายแด่พระสงฆ์หรือผู้ที่มีศีลอันบริสุทธิ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงมิใช่ทานที่พระสงฆ์เป็นผู้ขอร้องมา หรือมิใช่ทานเพื่อสนองกิเลสของพระสงฆ์ และมิใช่การแข่งขันกันสร้างเพื่ออวดบุญบารมีดั่งที่เห็นกันมากในปัจจุบัน



อานิสงส์ของการสร้างพระเจดีย์ธาตุทำให้บรรลุธรรมได้

ท่านทั้งหลาย ด้วยเหตุที่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านเคยมีส่วนร่วมในการสร้างพระธาตุพนมตั้งแต่ในอดีตชาติ ผลานิสงส์ในครั้งนั้น ได้ส่งผลให้ท่านบรรลุธรรมในภพสุดท้ายนี้ จึงเป็นสิ่งยืนยันว่า การที่บุคคลใดได้มีส่วนร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์ธาตุองค์ใดๆก็ตาม หากทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ ในสถานที่อันบริสุทธิ์ ทั้งผู้ที่พาสร้างและผู้ร่วมสร้าง ต่างก็มีจิตใจอันบริสุทธิ์ เพื่อเป็นการสร้างถวายบูชาคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม แลพระสงฆ์ อานิสงส์จึงมีมากมาย แล้วโอกาสที่จะได้สร้างพระเจดีย์ธาตุนั้น ในโลกนี้จะมีสักกี่แห่ง และในภพหนึ่งจะมีโอกาสสักกี่ครั้ง ขอให้ทุกท่านได้พิจารณาตามตัวอย่างนี้


ศิษย์ : "หลวงปู่เจ้าคะ หลวงปู่บำเพ็ญบารมี ทำบุญอะไรไว้ในชาติก่อนเจ้าคะ จึงได้บวชมาเป็นหลวงปู่ ให้พวกเรา ได้กราบไหว้เคารพบูชาอย่างนี้?"

หลวงปู่ชอบ : "ไปธาตุพนม สร้างธาตุพนม ไปกับพ่อเชียงหมุน (สหายในชาติก่อน) ช่วยกันสร้างธาตุพนม ...
เอาเงิน ๕๐ สตางค์ กับผ้าขาววาหนึ่ง เอาไปกับเพิ่น... อธิษฐานว่า ให้ได้บวช ให้พ้นทุกข์ ว่าอย่างนี้แหละ"

ศิษย์ : "เงิน ๕๐ สตางค์ สมัยโน้นคงจะมากนะหลวงปู่?"
หลวงปู่ชอบ : "มากอยู่"







ที่มาของการสร้างพระเจดีย์ธาตุ วัดโคกปราสาท


ท่านทั้งหลาย มูลเหตุแห่งการสร้างพระเจดีย์ธาตุ ณ วัดโคกปราสาทในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่หลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมาย ซึ่งเป็นมารดาของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ได้ละสังขารเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2556 และหลังจากการถวายเพลิงสรีระของท่านในวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 แล้ว ปรากฏว่าอัฐิของหลวงแม่ชีอุ่นกลายเป็นพระอรหันตธาตุทันที และเนื่องจากสถานที่ถวายเพลิงหลวงแม่ในครั้งกระนั้น ยังคงมีกองเถ้าถ่าน และยังมีอัฐิธาตุของหลวงแม่บางส่วนปะปนอยู่ หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร จึงมีดำริว่า อยากจะสร้างเจดีย์ขนาดเล็กครอบไว้เป็นการส่วนตัว เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณงามความดีของมารดา และเพื่อให้ลูกหลานและพุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะบูชา เพราะนานๆจะมีพระอรหันต์บังเกิดขึ้นในโลกสักองค์ ก็นับว่ายากแสนยาก เมื่อผมทราบดังนั้น ผมจึงขอตั้งจิตอธิษฐานขอสนองบุญคุณครูอาจารย์ ด้วยการเป็นสะพานบุญเพื่อบอกบุญแก่ญาติธรรมทั้งหลาย ได้ร่วมกันบริจาคทานปัจจัยมา เพื่อร่วมสร้างพระเจดีย์ธาตุดังกล่าวตั้งแต่บัดนั้นมา ในตอนแรกนั้นคิดว่าจะสร้างเจดีย์ขนาดเล็กๆ งบประมาณราว 3 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง

ต่อมาบรรดาลูกศิษย์ระลึกได้ว่า หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า เมื่อช่วงที่หลวงพ่อสิ้นกิเลสใหม่ๆ พระพุทธองค์เสด็จมาให้กำลังใจ และตรัสในช่วงหนึ่งว่า "เราจะมาอยู่กับเธอ" พร้อมกับเนรมิตให้เห็นพระเจดีย์ธาตุเป็นแก้วใสทั้งองค์ และพระบรมสารีริกธาตุสีเขียวมรกตองค์ขนาดเท่าหัวแม่มือ พระพุทธองค์ตรัสถามหลวงพ่อว่า "แล้วเธอจะไม่สร้างเจดีย์หรือ" หลวงพ่อทูลตอบพระพุทธองค์ว่า "ข้าพระพุทธเจ้ามิสามารถสร้างได้พระพุทธเจ้าข้า" (เป็นเจดีย์แก้วทั้งองค์) พระพุทธองค์ตรัสต่อไปว่า "แล้วเธอจะเอาพระบรมสารีริกธาตุของเราไปไว้ที่ไหน" หลวงพ่อทูลตอบว่า "ข้าพระพุทธองค์ก็จะเก็บไว้ในกุฏินี้พระพุทธเจ้าข้า" พระพุทธองค์จึงตรัสให้กำลังใจว่า "เธอเป็นผู้มักน้อยนะ ดีแล้ว แล้วเราจะมาอยู่กับเธอ" นั้นคือคำที่หลวงพ่อเคยเล่าให้ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดฟังอยู่หลายครั้ง หลวงพ่อบอกว่า พระบรมสารีริกธาตุองค์เขียวมรกตงดงามมาก ไม่เคยมีอยู่ในโลกมนุษย์ (สรุปและเรียบเรียงคำพูดใหม่อาจผิดเพี้ยนบ้าง จึงขอขมากรรมต่อพระพุทธองค์และหลวงพ่อครับ)

เมื่อลูกศิษย์ได้ฟังเรื่องราวนั้นแล้ว จึงได้ปรึกษากันเพื่อขออาสาที่จะก่อสร้างพระเจดีย์ถวายท่าน เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา จึงถือโอกาสขออนุญาตหลวงพ่อ ขยายแบบเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้น และได้หยุดโครงการไประยะหนึ่ง เพื่อวางแผนและออกแบบพระเจดีย์ธาตุให้สมบูรณ์ บัดนี้ การออกแบบได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และได้ปรับพื้นที่พร้อมกับลงมือก่อสร้างฐานรากแล้ว โดยเจดีย์ทั้งองค์จะใช้วัสดุเป็น "หินทราย" ในการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความสูง 18 เมตร คาดว่าพระเจดีย์ธาตุองค์นี้น่าจะอยู่ได้เป็นหมื่นปี และเป็นที่น่าปีติยินดีสำหรับพุทธศาสนิกชน ที่พระพุทธองค์เสด็จมาบอกหลวงพ่อว่า การสร้างเจดีย์องค์นี้ให้ออกแบบโดยมีลักษณะดังนี้


- ฐานชั้นแรก มีรูปทรงสี่เหลี่ยมหมายถึง "อริยสัจสี่"
- ชั้นที่สอง เป็นแปดเหลี่ยมหมายถึง "มรรคมีองค์แปด"
- และชั้นที่สาม ที่เป็นทรงกลมเหมือนเลขศูนย์นั้นหมายถึง "พระนิพพาน"


โดยการออกแบบในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากนายธนาบดินทร์ สิปปภากุล (บุตรชาย ดร.นนต์) และเพื่อนภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายนิธิณัช สังสิทธิ นายธิติวุฒิ วิเชียรนุกูล และนายสุภเวช กิ่งตัน เป็นผู้ออกแบบ จึงขออนุโมทนาทุกประการ (ให้คลิ๊กดูรายละเอียดในภาพข้างล่าง)




 
 
 
 
 
ภาพแสดงรายละเอียดทั้งภายนอกภายในพระเจดีย์ธาตุ วัดโคกปราสาท


อย่างไรก็ตาม ในวันที่ขุดหลุมเพื่อก่อสร้างฐานพระเจดีย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า ท้าวมหาพรหมและท้าวสักกะเทวราช รวมทั้งเหล่าเทวดาได้มาชุมนุมกัน เพื่อมาอนุโมทนาสาธุการ โดยมีเทวดาได้อาสามาเฝ้ารักษาพระเจดีย์ธาตุกันหลายองค์แล้ว ท้าวสักกะเทวราชยังบอกว่า พระบรมสารีริกธาตุองค์เขียวมรกตยังอยู่บนสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นผู้ดูแลรักษาอยู่ ซึ่งคาดว่า เมื่อพระเจดีย์ธาตุองค์นี้เสร็จแล้ว มนุษย์โลกอาจได้เห็นและได้กราบสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ "องค์เขียวมรกต" ในพระเจดีย์ธาตุแห่งนี้ก็ได้ ตามที่พระพุทธองค์ตรัสว่า "แล้วเราจะมาอยู่กับเธอ" หลวงพ่อบอกว่า ผู้ที่จะได้ร่วมสร้างพระเจดีย์ธาตุแห่งนี้ จะมีอานิสงส์มากมายมิมีประมาณ (ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้) เพราะจะเป็นที่กราบสักการะบูชาของทั้งสามแดนโลกธาตุ มิใช่แต่เพียงมนุษย์เท่านั้น พรหมเทวดาทุกชั้นฟ้าก็จะมากราบสักการะพระเจดีย์ธาตุแห่งนี้ กระนั้นก็ตาม การก่อสร้างพระเจดีย์ธาตุนี้ หลวงพ่อจะไม่ให้มีการโฆษณา ไม่มีการเรี่ยไรเงิน แต่จะให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผู้มีบุญและมีปัญญาจะได้เลือกหากันเอาเอง ให้ค้นพบและรู้สึกที่อยากจะทำกันเอง มิใช่หลวงพ่อเป็นผู้บอก (ดร.นนต์ขออนุญาตบอกบุญได้ในเฟสบุ๊คและเว็บบล็อก และอนุญาตให้ญาติธรรมแชร์บอกบุญได้)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บริเวณก่อสร้างพระเจดีย์ธาตุ ได้เริ่มก่อสร้างฐานรากแล้ว



อนึ่ง นอกจากพระเจดีย์ธาตุองค์นี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระอรหันตธาตุของหลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมายแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐานหลักของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมทั้งพระอัครสาวกและสาวกอาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงปู่ทา จารุธัมโม หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ เกสาธาตุหลวงปู่จาม มหาปุญโญ เกสาธาตุหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร เกสาธาตุหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เกสาธาตุหลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ อังคารธาตุหลวงปู่เนย สมจิตโต และอีกหลายๆองค์ 


ผมจึงขอถือโอกาสนี้บอกบุญมายังทุกท่าน ได้ร่วมกันสร้างมหากุศลอีกวาระหนึ่ง โดยสามารถโอนเงินร่วมบุญผ่านบัญชีของ ดร.นนต์ หรือจะไปทำบุญที่วัดโดยตรงก็ได้ และคาดว่า งบประมาณในการก่อสร้างน่าจะอยู่ในราวๆ 5 ล้านบาท โดยมีพระ ฆราวาส และลูกศิษย์ช่วยกันก่อสร้างบางส่วน

โอนทำบุญ ชื่อบัญชี นายณัฐนนต์ สิปปภากุล
503-269483-3
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครราชสีมา ประเภทออมทรัพย์

เมื่อโอนแล้วกรุณาแจ้ง ดร.นนต์ ตามเบอร์ 0857678008
หรือ dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com

รายนามผู้ร่วมสร้างพระธาตุเจดีย์

จะพิมพ์ประกาศต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะแล้วเสร็จ

1. ดร.นนต์ และครอบครัว 10,000 บาท
2. คุณต้อยจัง 599 บาท
3. คุณวิทยา ไร่พิมาย และครอบครัว 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
4. คุณสมบูรณ์ เฉียงเมือง 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
5. คุณเกษร ดอนสว่าง 5,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
6. ครอบครัวคุณลุงเฉลียว ทองศรี 2,929 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
7. คุณปกรณ์ ศรีเรือนทอง 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
8. คุณแม่ย้อย คินาพิศ 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
9. ด.ต.ศุภณัฏฐ์ วาดวงษ์ศรีภู และครอบครัว 1,000 บาท
10. คุณนวชนม์ อินทนะ 500 บาท
11. คุณรังสี ชาญนุวงศ์ 500 บาท
12. คุณสุภรณ์ อัมพากร 5,000 บาท
13. คุณเอเล็ค-คุณสุพรรณี เวอร์เอลสท์ (Eric Verelst) จากเบลเยี่ยม 5,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
14. คุณปีเตอร์-คุณสมบูรณ์ โฮมตัน จากอังกฤษ 2,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
15. นายทองสุกร-นางหนูตาล พร้อมครอบครัว 1,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
16. คุณอภิวัชร์ เมธาสวัสดิ์ 500 บาท
17. คณะของคุณอภิชนจากลำปาง ประกอบด้วย 1) นายอภิชน ประมุข 2) นายสุรัชณพ สิงห์หาคำ 3) นางมณภาศิษฏ บริบูรณ์ 4) นายวิญญธิ อินโต 5) นายสะอาด ปิ่นไชย 6) นายฐปกร ทองใบ 7) นายพงษกร สิงห์ไชย นายประสิทธิ์ ตามเดช 9) นายสรทรรศ สุภาสอน รวม 2,500 บาท
18. คุณป้าแป๊ว และครอบครัว 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
19. คุณจิต 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
20. นายพลัฏฐ์ นส.อิสรีย์ นส.พรหมภัสสร อนันต์โชคปฐมา และนางณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี 400 บาท
21. คุณศรุต จันทสกุลเดชา 4,000 บาท
22. คุณจักรวาล-คุณสุพรรณี วรรณโกษิตย์ 275 บาท
23. คุณอภิเสฐ บุญพวง 500 บาท
24. คุณกันตพงศ์ 1,000 บาท
25. คุณนคปภา ไร่พิมาย 3,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
26. คุณคมสัน นามมนตรี และครอบครัว 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
27. ครอบครัวสร้อยจุฑา และครอบครัวสมัปปิโต 200 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
28. อ.พัชรินทร์ มีลาภ 1,000 บาท
29. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร 10,000 บาท
30. คุณแม่หมุน โชติมลทิน 599 บาท
31. คุณวัฒนา หาไชย 500 บาท
32. คุณมทินา กองทรัพย์ 50 บาท
33. คุณพิเชษฐ์ วิชุดา 2,000 บาท
34. คุณจรินทร์ อัศวโกวิททกรณ์ 2,500 บาท
35. คุณเฉลิมภัทร จันทะนะ 2,500 บาท
36. คุณนพปภัทร จันทะนะ 2,500 บาท
37. คุณนันธนัฐ อัศวโกวิททกรณ์ 2,500 บาท
38. ดร.บำรุง พาทยกุล  500 บาท
39. จ.ส.อ.กชพัฒน์-อ.รุ่งนภา เพ็ญวิจิตร และครอบครัว 2,000 บาท
40. คุณณัฐพล เลี้ยงบุญเลิศชัย  150 บาท
41. คุณเริงศักดิ์ มาเลิศ และครอบครัว 3,000 บาท
42. คุณธนัท ธนาประชุม และครอบครัว  2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
43. คุณธกฤต ธรรมฉัตรภาณี  3,500 บาท
44. คุณสมเกียรติ หลอดเข็ม  600 บาท
45. คุณประสิทธิ์ แผ่นผา  1,000 บาท
46. คุณครูเขียว-คุณรี่ อบต.หลุ่งตะเคียน  10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
47. คุณนา-คุณจิตร อบต.หลุ่งตะเคียน 2,400 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
48. คุณอภิเสฐ บุญพวง  8,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
49. ป้าสี-ลุงทราย นามมนตรี และครอบครัว 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
50. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร (เพิ่มเติม)  2,500 บาท
51. คุณสิรินทร์รัต อัศวจารุวรรณ  2,000 บาท

................................................................
52. คุณ aun  500 บาท
53. คุณพนิต ศรีพันธุ์  500 บาท
54. คุณปพร นฤนารถเสรนี และครอบครัว  1,000 บาท
55. คุณวิทยา - คุณเมตตา อิสระวิถี  500 บาท
56. คุณพลเศรษฐ์ เกตุศรีเมฆ และครอบครัว  3,200 บาท
57. คุณณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี และครอบครัว  500 บาท
58. คุณสปันนา โชคชัยธนพร  5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
59. คุณสุวินดา สีแพงมน และครอบครัว  1,000 บาท

................................................................
60. คุณจิโรจ แย้มมาก  777 บาท
61. คุณชัยวัฒน์ - นางเยาวรัตน์ -ด.ญ.ภัสสร วินิจมนตรี  500 บาท
62. คุณสุพจน์ นาคะวรรณศักดิ์ และครอบครัว  500 บาท
63. คุณวนิดา สกิ๊บสเตด  500 บาท
64. คุณชลวิทย์ - คุณชิดชนก บุปผเวส  1,000 บาท
65. ปลัดจุ๋ม อบต.หลุ่งตะเคียน  10,520 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
66. คุณนิตยา จันทร์ดง  500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
67. นางผกามาศ กมลพรวิจิตร  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
68. ดช.วริศ กมลพรวิจิตร 20 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
69. ดช.กฤติน กมลพรวิจิตร 100 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
70. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว  3,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
71. นางสุณี ศิริอาชากุล  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
72. นางพรรณี - น.ส.มงคล วิจิตรบรรณาการ 1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
73. คุณชวนชื่น นานานุกุล และครอบครัว  5,000 บาท
74. คุณจักรพรรดิ พรวิเศษศิริกุล และครอบครัว  2,000 บาท
75. คุณโกศล แสนขันแก้ว  200 บาท
76. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว (เพิ่มเติม)  50,000 บาท

77. ดร.ขวัญสุมาณา และครอบครัว 10,000 บาท
78. คุณธารไพลิน - คุณสมชาย - ดช.มาโปรด เทพฉิม และคุณนาตยา แก้วมหา 1,600 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
79. คุณนันธนัฐ อัศวโกวิททกรณ์ และเพื่อนๆ  2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
80. คุณวิชัย - คุณศิริวิมล เจียมจันทร์ และ ดญ.อุเบกขา จันทร์แก้ว  500 บาท
81. คุณปวีย์สุดา ภูมิกอง และคุณสามารถ วงศ์มลี  1,000 บาท
82. คุณครูชำเลือง ขาวสุข  50,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
83. คุณดนุชวัฒน์ - นางพิชญ์สิณี สุวรรณศิลป์  5,000 บาท
84. คุณชูเกียรติ และครอบครัว  500 บาท
85. คุณภูเบศวร์  500 บาท
86. คุณกรณรัสย์ วุฒิเกตุ  1,000 บาท
87. คุณนวลพรรณ วิภาตกุล  500 บาท

88. คุณนพวรรณ วิภาตกุล 500 บาท
89. คุณพิเสฐ บุญพวง และคณะญาติธรรมจากชลบุรี  124,004 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
90. คุณเล็ก ไร่พิมาย  100,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
91. คุณปิยมน รักษาวงษ์  300 บาท
92. คุณรักธรรม จันทกุล  300 บาท
93. น.ส.สรธัญ สานุพงศ์ และครอบครัว  300 บาท
94. คุณธีรยุธร์ สังข์ทอง และครอบครัว  1,000 บาท
95. คุณสมทรง วงศ์ทองเหลือง  500 บาท
96. ไม่ทราบนาม  2,000 บาท
97. คุณสันติ ศรีวงศ์จันทร์ และคุณศศิประภา ผางพันธ์  1,000 บาท
98. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร (เพิ่มเติม)  2,500 บาท
99. คุณชาตรี ศรีจาด  500 บาท
100. คุณประจักร์ วินิจนัยภาค และครอบครัว  1,000 บาท

101. คุณธานี ศรีแย้ม  500 บาท
102. น.ส.คณิศร ดนตรี  500 บาท
103. ปลัดนิสิต - ปลัดพิมพ์ทิพย์ นิกรสถิตย์  5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
104. นางมะลิ กลิ่นจุบัน  500 บาท
105. นายนรินทร์ ปิยารมย์  400 บาท

106. คุณพ่อมนู คุณแม่กัลยา สุวรรณรอด และครอบครัว 1,000 บาท
107. คุณบัญชา แก้วหานาม 1,000 บาท


รวมยอดสุทธิ 546,646 บาท
 
หมายเหตุ รายนามผู้บริจาคจะพิมพ์เพิ่มต่อท้ายนี้ไปเรื่อยๆ โปรดติดตามเป็นระยะๆครับ

ขอผลานิสงส์ทั้งหลายที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้ และผลานิสงส์ทั้งหลายที่ผมได้บำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่ต้นธาตุ อดีตชาติและปัจจุบัน จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ท่านและครอบครัว จงมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
22 กรกฎาคม 2557
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 





วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

(341) นิทานธรรม "นางเงือกยุค 2557"



นิทานธรรม "นางเงือกยุค 2557"

ท่านทั้งหลาย นิทานธรรมเรื่องนี้ สมมุติเกิดขึ้นเมื่อผมเห็นภาพเขียน "นางเงือก" ตามจินตนาการของสาวน้อยวัยสิบขวบนามว่า "ต้นข้าว" บุตรสาวของคุณธนทรและคุณเบบี้ ญาติธรรมจากกุดหว้า อ.กุสินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ แล้ว ให้นึกย้อนกลับไปเมื่อคราวที่ได้จาริกแสวงบุญ ณ ประเทศอินเดียและเนปาล ในช่วงวันที่ 21-29 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา เพราะในวันเดินทางกลับ ขณะอยู่ที่สนามบินกัลกัตต้า ประเทศอินเดีย พวกเราได้รับทราบเรื่องราวอัศจรรย์ที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของปุถุชนทั่วไป จากอุบาสิกาท่านหนึ่ง อุบาสิกาท่านมีภูมิธรรมและญาณขั้นกลาง คือ "รู้" "เห็น" "ได้ยิน" ซึ่งเป็นญาณของอริยบุคคล ท่านเล่าให้ฟังว่า ขณะที่พวกเราเดินทางกลับมาถึงสนามบินกัลกัตต้า เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้มีคณะชาวโลกทิพย์โดยการนำของมหาเทพและบริวารได้ตามมาส่ง บ้างก็ประโคมดนตรี บ้างก็เต้นรำแบบแขก เป็นทิวแถวคอยส่งตั้งแต่อินเดีย ส่วนมหาเทพได้ติดตามมาส่งจนถึงกรุงเทพฯ


และหนึ่งในชาวโลกทิพย์ที่มาส่งที่สนามบินกัลกัตต้านั้น มีนางในตำนานคือ "นางเงือก" ที่ร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ไม่สวมใส่เสื้อผ้า มีหน้าตาและผิวกายออกสีดำตามแบบฉบับของชาวอินเดีย ส่วนครึ่งร่างเป็นปลา ได้มากราบไหว้รอส่งคณะของพวกเรา อุบาสิกาจึงถามว่า "ท่านเป็นใคร" เธอตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็นนางเงือกอาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มาอนุโมทนาและมาส่งคณะของท่าน" นอกจากนั้น นางเงือกยังได้บอกต่อไปว่า "เครื่องบินมาเลเซียที่สูญหายไป ที่มนุษย์กำลังค้นหากันอยู่ขณะนี้ ได้ตกและจมลงใต้ก้นมหาสมุทรในถิ่นที่ข้าพเจ้าอาศัย ถิ่นที่อยู่ของข้าพเจ้าอยู่ลึกและหนาวเหน็บมาก มนุษย์จึงหาเครื่องบินยังไม่เจอ" การที่เธอบอกเรื่องนี้แก่อุบาสิกา เพราะเธอรู้ว่า  ขณะที่พวกเราอยู่บนรถก่อนมาถึงสนามบินกัลกัตต้า คณะของพวกเราได้ร่วมกันแผ่บุญกุศลไปให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตก เมื่อทราบแล้ว อุบาสิกาท่านจึงได้แผ่บุญกุศลไปให้อีกครั้ง

ท่านทั้งหลาย นิทานธรรมเรื่องนี้ ไม่มีเจตนาจะยกตนผู้ใดขึ้นมาให้เกิดศรัทธา และมิมีเจตนาให้ผู้ใดเห็นเป็นจริงเป็นจัง เพราะเป็นเรื่องรู้เห็นภายในเฉพาะตน จึงมิต้องการให้ผู้ใดลุ่มหลงหรือยึดติดในเรื่องราวอจินไตย หากรู้เห็นแล้วก็ละวาง เพราะทุกสิ่งเป็นอนิจจังและเป็นอนัตตา ขอเป็นแต่เพียงเรื่องเล่า เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักภาวนา และเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจแก่สาธุชนก็พอนะครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
27 มิถุนายน 2557





 
สนามบินกัลกัตต้า


วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

(340) ขอเชิญบูชาพระสมเด็จและร่วมสร้าง "พระเจดีย์ธาตุ" วัดโคกปราสาท

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุลdr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com
0857678008



เปิดให้บูชาพระ
เพื่อร่วมทำบุญสร้าง "พระเจดีย์ธาตุ" วัดโคกปราสาท
 


 
พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้นนิยม เนื้อมวลสารแบบวัดระฆัง
เปิดให้บูชาราคา 1 ล้านบาท
โดยจะบริจาคร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์ธาตุในนามของผู้บูชา 5 แสนบาท หรือครึ่งหนึ่ง
สนใจติดต่อดูพระที่ ผศ.ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล 0857678008
 


 
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ เปิดให้บูชาราคา 2 ล้านบาท
โดยจะนำไปบริจาคสร้างพระเจดีย์ธาตุในนามของผู้บูชา 1 ล้านบาท หรือครึ่งหนึ่ง
สนใจติดต่อดูพระหรือต่อรองราคาที่ อ.ดร.การัณย์ หอมชาติ 0816694701
 
 




ขอเชิญร่วมสร้าง "พระเจดีย์ธาตุ" วัดโคกปราสาท
ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา

รายนามผู้ร่วมบุญจะพิมพ์ประกาศต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ

ท่านทั้งหลาย แม้เราจะเข้าใจดีว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้พระสงฆ์ผู้เข้ามาบวชแล้ว ไปสร้า
งวัดสร้างศาลาแลอาสนะทั้งหลาย แต่พระพุทธองค์ก็ได้ละเว้นไว้ให้สำหรับ "ฆราวาสแลอุบาสกอุบาสิกา" สามารถที่จะสร้างเสนาสนะถวายพระสงฆ์ได้ ดั่งที่พระพุทธองค์ได้อนุญาตให้พระเจ้าพิมพิสารสร้างเสนาสนะถวายที่ป่าเวฬุวัน รวมทั้งยังได้ตรัสสรรเสริญว่า พระเจ้าพิมพิสารได้ผลานิสงส์มากมายจากการสร้างในครั้งนั้น ดังนั้น การสร้างทานบารมีสำหรับผู้มีปัญญานั้น คือทานที่ออกจากใจอันบริสุทธิ์ ได้ปัจจัยมาด้วยความบริสุทธิ์ และถวายแด่พระสงฆ์หรือผู้ที่มีศีลอันบริสุทธิ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงมิใช่ทานที่พระสงฆ์เป็นผู้ขอร้องมา หรือมิใช่ทานเพื่อสนองกิเลสของพระสงฆ์ และมิใช่การแข่งขันกันสร้างเพื่ออวดบุญบารมีดั่งที่เห็นกันมากในปัจจุบัน







ท่านทั้งหลาย มูลเหตุแห่งการสร้างพระเจดีย์ธาตุ ณ วัดโคกปราสาทในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่หลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมาย ซึ่งเป็นมารดาของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ได้ละสังขารเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2556 และหลังจากการถวายเพลิงสรีระของท่านในวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 แล้ว ปรากฏว่าอัฐิของหลวงแม่ชีอุ่นกลายเป็นพระอรหันตธาตุทันที และเนื่องจากสถานที่ถวายเพลิงหลวงแม่ในครั้งกระนั้น ยังคงมีกองเถ้าถ่าน และยังมีอัฐิธาตุของหลวงแม่บางส่วนปะปนอยู่ หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร จึงมีดำริว่า อยากจะสร้างเจดีย์ขนาดเล็กครอบไว้เป็นการส่วนตัว เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณงามความดีของมารดา และเพื่อให้ลูกหลานและพุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะบูชา เพราะนานๆจะมีพระอรหันต์บังเกิดขึ้นในโลกสักองค์ ก็นับว่ายากแสนยาก เมื่อผมทราบดังนั้น ผมจึงขอตั้งจิตอธิษฐานขอสนองบุญคุณครูอาจารย์ ด้วยการเป็นสะพานบุญเพื่อบอกบุญแก่ญาติธรรมทั้งหลาย ได้ร่วมกันบริจาคทานปัจจัยมา เพื่อร่วมสร้างพระเจดีย์ธาตุดังกล่าวตั้งแต่บัดนั้นมา ในตอนแรกนั้นคิดว่าจะสร้างเจดีย์ขนาดเล็กๆ งบประมาณราว 3 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง

ต่อมาบรรดาลูกศิษย์ระลึกได้ว่า หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า เมื่อช่วงที่หลวงพ่อสิ้นกิเลสใหม่ๆ พระพุทธองค์เสด็จมาให้กำลังใจ และตรัสในช่วงหนึ่งว่า "เราจะมาอยู่กับเธอ" พร้อมกับเนรมิตให้เห็นพระเจดีย์ธาตุเป็นแก้วใสทั้งองค์ และพระบรมสารีริกธาตุสีเขียวมรกตองค์ขนาดเท่าหัวแม่มือ พระพุทธองค์ตรัสถามหลวงพ่อว่า "แล้วเธอจะไม่สร้างเจดีย์หรือ" หลวงพ่อทูลตอบพระพุทธองค์ว่า "ข้าพระพุทธเจ้ามิสามารถสร้างได้พระพุทธเจ้าข้า" (เป็นเจดีย์แก้วทั้งองค์) พระพุทธองค์ตรัสต่อไปว่า "แล้วเธอจะเอาพระบรมสารีริกธาตุของเราไปไว้ที่ไหน" หลวงพ่อทูลตอบว่า "ข้าพระพุทธองค์ก็จะเก็บไว้ในกุฏินี้พระพุทธเจ้าข้า" พระพุทธองค์จึงตรัสให้กำลังใจว่า "เธอเป็นผู้มักน้อยนะ ดีแล้ว แล้วเราจะมาอยู่กับเธอ" นั้นคือคำที่หลวงพ่อเคยเล่าให้ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดฟังอยู่หลายครั้ง หลวงพ่อบอกว่า พระบรมสารีริกธาตุองค์เขียวมรกตงดงามมาก ไม่เคยมีอยู่ในโลกมนุษย์ (สรุปและเรียบเรียงคำพูดใหม่อาจผิดเพี้ยนบ้าง จึงขอขมากรรมต่อพระพุทธองค์และหลวงพ่อครับ)

เมื่อลูกศิษย์ได้ฟังเรื่องราวนั้นแล้ว จึงได้ปรึกษากันเพื่อขออาสาที่จะก่อสร้างพระเจดีย์ถวายท่าน เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา จึงถือโอกาสขออนุญาตหลวงพ่อ ขยายแบบเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้น และได้หยุดโครงการไประยะหนึ่ง เพื่อวางแผนและออกแบบพระเจดีย์ธาตุให้สมบูรณ์ บัดนี้ การออกแบบได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และได้ปรับพื้นที่พร้อมกับลงมือก่อสร้างฐานรากแล้ว โดยเจดีย์ทั้งองค์จะใช้วัสดุเป็น "หินทราย" ในการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความสูง 16 เมตร คาดว่าพระเจดีย์ธาตุองค์นี้น่าจะอยู่ได้เป็นหมื่นปี และเป็นที่น่าปีติยินดีสำหรับพุทธศาสนิกชน ที่พระพุทธองค์เสด็จมาบอกหลวงพ่อว่า การสร้างเจดีย์องค์นี้ให้ออกแบบโดยมีลักษณะดังนี้

- ฐานชั้นแรก มีรูปทรงสี่เหลี่ยมหมายถึง "อริยสัจสี่"
- ชั้นที่สอง เป็นแปดเหลี่ยมหมายถึง "มรรคมีองค์แปด"
- และชั้นที่สาม ที่เป็นทรงกลมเหมือนเลขศูนย์นั้นหมายถึง "พระนิพพาน"
 
โดยการออกแบบในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากนายธนาบดินทร์ สิปปภากุล (บุตรชาย ดร.นนต์) และเพื่อนภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายนิธิณัช สังสิทธิ นายธิติวุฒิ วิเชียรนุกูล และนายสุภเวช กิ่งตัน เป็นผู้ออกแบบ จึงขออนุโมทนาทุกประการ (ให้คลิ๊กดูรายละเอียดในภาพข้างล่าง)



 
 
 
ภาพแสดงรายละเอียดทั้งภายนอกภายในพระเจดีย์ธาตุ วัดโคกปราสาท


อย่างไรก็ตาม ในวันที่ขุดหลุมเพื่อก่อสร้างฐานพระเจดีย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า ท้าวมหาพรหมและท้าวสักกะเทวราช รวมทั้งเหล่าเทวดาได้มาชุมนุมกัน เพื่อมาอนุโมทนาสาธุการ โดยมีเทวดาได้อาสามาเฝ้ารักษาพระเจดีย์ธาตุกันหลายองค์แล้ว ท้าวสักกะเทวราชยังบอกว่า พระบรมสารีริกธาตุองค์เขียวมรกตยังอยู่บนสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นผู้ดูแลรักษาอยู่ ซึ่งคาดว่า เมื่อพระเจดีย์ธาตุองค์นี้เสร็จแล้ว มนุษย์โลกอาจได้เห็นและได้กราบสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ "องค์เขียวมรกต" ในพระเจดีย์ธาตุแห่งนี้ก็ได้ ตามที่พระพุทธองค์ตรัสว่า "แล้วเราจะมาอยู่กับเธอ" หลวงพ่อบอกว่า ผู้ที่จะได้ร่วมสร้างพระเจดีย์ธาตุแห่งนี้ จะมีอานิสงส์มากมายมิมีประมาณ (ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้) เพราะจะเป็นที่กราบสักการะบูชาของทั้งสามแดนโลกธาตุ มิใช่แต่เพียงมนุษย์เท่านั้น พรหมเทวดาทุกชั้นฟ้าก็จะมากราบสักการะพระเจดีย์ธาตุแห่งนี้ กระนั้นก็ตาม การก่อสร้างพระเจดีย์ธาตุนี้ หลวงพ่อจะไม่ให้มีการโฆษณา ไม่มีการเรี่ยไรเงิน แต่จะให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผู้มีบุญและมีปัญญาจะได้เลือกหากันเอาเอง ให้ค้นพบและรู้สึกที่อยากจะทำกันเอง มิใช่หลวงพ่อเป็นผู้บอก (ดร.นนต์ขออนุญาตบอกบุญได้ในเฟสบุ๊คและเว็บบล็อก และอนุญาตให้ญาติธรรมแชร์บอกบุญได้)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บริเวณก่อสร้างพระเจดีย์ธาตุ ได้เริ่มก่อสร้างฐานรากแล้ว



อนึ่ง นอกจากพระเจดีย์ธาตุองค์นี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระอรหันตธาตุของหลวงแม่ชีอุ่น ไร่พิมายแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐานหลักของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมทั้งพระอัครสาวกและสาวกอาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงปู่ทา จารุธัมโม หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ เกสาธาตุหลวงปู่จาม มหาปุญโญ เกสาธาตุหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร เกสาธาตุหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เกสาธาตุหลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ อังคารธาตุหลวงปู่เนย สมจิตโต และอีกหลายๆองค์ 


ผมจึงขอถือโอกาสนี้บอกบุญมายังทุกท่าน ได้ร่วมกันสร้างมหากุศลอีกวาระหนึ่ง โดยสามารถโอนเงินร่วมบุญผ่านบัญชีของ ดร.นนต์ หรือจะไปทำบุญที่วัดโดยตรงก็ได้ และคาดว่า งบประมาณในการก่อสร้างน่าจะอยู่ในราวๆ 5 ล้านบาท โดยมีพระ ฆราวาส และลูกศิษย์ช่วยกันก่อสร้างบางส่วน

โอนทำบุญ ชื่อบัญชี นายณัฐนนต์ สิปปภากุล
503-269483-3
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครราชสีมา
ประเภทออมทรัพย์

เมื่อโอนแล้วกรุณาแจ้ง ดร.นนต์ ตามเบอร์ 0857678008
หรือ dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com

รายนามผู้ร่วมสร้างพระธาตุเจดีย์

จะพิมพ์ประกาศต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะแล้วเสร็จ

1. ดร.นนต์ และครอบครัว 10,000 บาท
2. คุณต้อยจัง 599 บาท
3. คุณวิทยา ไร่พิมาย และครอบครัว 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
4. คุณสมบูรณ์ เฉียงเมือง 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
5. คุณเกษร ดอนสว่าง 5,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
6. ครอบครัวคุณลุงเฉลียว ทองศรี 2,929 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
7. คุณปกรณ์ ศรีเรือนทอง 5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
8. คุณแม่ย้อย คินาพิศ 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
9. ด.ต.ศุภณัฏฐ์ วาดวงษ์ศรีภู และครอบครัว 1,000 บาท
10. คุณนวชนม์ อินทนะ 500 บาท
11. คุณรังสี ชาญนุวงศ์ 500 บาท
12. คุณสุภรณ์ อัมพากร 5,000 บาท
13. คุณเอเล็ค-คุณสุพรรณี เวอร์เอลสท์ (Eric Verelst) จากเบลเยี่ยม 5,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
14. คุณปีเตอร์-คุณสมบูรณ์ โฮมตัน จากอังกฤษ 2,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
15. นายทองสุกร-นางหนูตาล พร้อมครอบครัว 1,000 บาท (จะถวายที่หลวงพ่อ)
16. คุณอภิวัชร์ เมธาสวัสดิ์ 500 บาท
17. คณะของคุณอภิชนจากลำปาง ประกอบด้วย 1) นายอภิชน ประมุข 2) นายสุรัชณพ สิงห์หาคำ 3) นางมณภาศิษฏ บริบูรณ์ 4) นายวิญญธิ อินโต 5) นายสะอาด ปิ่นไชย 6) นายฐปกร ทองใบ 7) นายพงษกร สิงห์ไชย นายประสิทธิ์ ตามเดช 9) นายสรทรรศ สุภาสอน รวม 2,500 บาท
18. คุณป้าแป๊ว และครอบครัว 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
19. คุณจิต 500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
20. นายพลัฏฐ์ นส.อิสรีย์ นส.พรหมภัสสร อนันต์โชคปฐมา และนางณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี 400 บาท
21. คุณศรุต จันทสกุลเดชา 4,000 บาท
22. คุณจักรวาล-คุณสุพรรณี วรรณโกษิตย์ 275 บาท
23. คุณอภิเสฐ บุญพวง 500 บาท
24. คุณกันตพงศ์ 1,000 บาท
25. คุณนคปภา ไร่พิมาย 3,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
26. คุณคมสัน นามมนตรี และครอบครัว 2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
27. ครอบครัวสร้อยจุฑา และครอบครัวสมัปปิโต 200 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
28. อ.พัชรินทร์ มีลาภ 1,000 บาท
29. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร 10,000 บาท
30. คุณแม่หมุน โชติมลทิน 599 บาท
31. คุณวัฒนา หาไชย 500 บาท
32. คุณมทินา กองทรัพย์ 50 บาท
33. คุณพิเชษฐ์ วิชุดา 2,000 บาท
34. คุณจรินทร์ อัศวโกวิททกรณ์ 2,500 บาท
35. คุณเฉลิมภัทร จันทะนะ 2,500 บาท
36. คุณนพปภัทร จันทะนะ 2,500 บาท
37. คุณนันธนัฐ อัศวโกวิททกรณ์ 2,500 บาท
38. ดร.บำรุง พาทยกุล  500 บาท
39. จ.ส.อ.กชพัฒน์-อ.รุ่งนภา เพ็ญวิจิตร และครอบครัว 2,000 บาท
40. คุณณัฐพล เลี้ยงบุญเลิศชัย  150 บาท
41. คุณเริงศักดิ์ มาเลิศ และครอบครัว 3,000 บาท
42. คุณธนัท ธนาประชุม และครอบครัว  2,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
43. คุณธกฤต ธรรมฉัตรภาณี  3,500 บาท
44. คุณสมเกียรติ หลอดเข็ม  600 บาท
45. คุณประสิทธิ์ แผ่นผา  1,000 บาท
46. คุณครูเขียว-คุณรี่ อบต.หลุ่งตะเคียน  10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
47. คุณนา-คุณจิตร อบต.หลุ่งตะเคียน 2,400 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
48. คุณอภิเสฐ บุญพวง  8,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
49. ป้าสี-ลุงทราย นามมนตรี และครอบครัว 10,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
50. คุณณรงค์ เตชะกิจขจร (เพิ่มเติม)  2,500 บาท
51. คุณสิรินทร์รัต อัศวจารุวรรณ  2,000 บาท

................................................................
52. คุณ aun  500 บาท
53. คุณพนิต ศรีพันธุ์  500 บาท
54. คุณปพร นฤนารถเสรนี และครอบครัว  1,000 บาท
55. คุณวิทยา - คุณเมตตา อิสระวิถี  500 บาท
56. คุณพลเศรษฐ์ เกตุศรีเมฆ และครอบครัว  3,200 บาท
57. คุณณัฏฐ์ชุดา กิตติรัฐพสินี และครอบครัว  500 บาท
58. คุณสปันนา โชคชัยธนพร  5,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
59. คุณสุวินดา สีแพงมน และครอบครัว  1,000 บาท

................................................................
60. คุณจิโรจ แย้มมาก  777 บาท
61. คุณชัยวัฒน์ - นางเยาวรัตน์ -ด.ญ.ภัสสร วินิจมนตรี  500 บาท
62. คุณสุพจน์ นาคะวรรณศักดิ์ และครอบครัว  500 บาท
63. คุณวนิดา สกิ๊บสเตด  500 บาท
64. คุณชลวิทย์ - คุณชิดชนก บุปผเวส  1,000 บาท
65. ปลัดจุ๋ม อบต.หลุ่งตะเคียน  10,520 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
66. คุณนิตยา จันทร์ดง  500 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
67. นางผกามาศ กมลพรวิจิตร  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
68. ดช.วริศ กมลพรวิจิตร 20 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
69. ดช.กฤติน กมลพรวิจิตร 100 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
70. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว  3,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
71. นางสุณี ศิริอาชากุล  1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
72. นางพรรณี - น.ส.มงคล วิจิตรบรรณาการ 1,000 บาท (ถวายที่หลวงพ่อ)
73. คุณชวนชื่น นานานุกุล และครอบครัว  5,000 บาท
74. คุณจักรพรรดิ พรวิเศษศิริกุล และครอบครัว  2,000 บาท
75. คุณโกศล แสนขันแก้ว  200 บาท
76. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว (เพิ่มเติม)  50,000 บาท

รวมยอดสุทธิ 231,242 บาท
 
หมายเหตุ รายนามผู้บริจาคจะพิมพ์เพิ่มต่อท้ายนี้ไปเรื่อยๆ โปรดติดตามเป็นระยะๆครับ

ขอผลานิสงส์ทั้งหลายที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้ และผลานิสงส์ทั้งหลายที่ผมได้บำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่ต้นธาตุ อดีตชาติและปัจจุบัน จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ท่านและครอบครัว จงมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
3 กรกฎาคม 2557