ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรมทาน

เรียนรู้เพื่อเป็นวิทยาทานเท่านั้น จึงไม่ขอพิจารณาพระให้ใคร เพราะมิใช่ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

(189) สมัยก่อนเขาเล่นพระสมเด็จอย่างไร

บังเอิญผมได้เข้าไปศึกษาเว็บไซต์ของนักวิชาการท่านหนึ่ง ที่ท่านได้เสนอบทความส่วนตัว และยังได้รวบรวมลิงค์บทความเกี่ยวกับการศึกษาพระสมเด็จของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ไว้มากมาย น่าจะมีประโยชน์ต่อการศึกษาพระสมเด็จอีกเว็บไซต์หนึ่ง จึงขออนุญาตนำเอาบทความของท่านมาเผยแพร่ในเว็บบล็อกของผมอีกช่องทางหนึ่ง โดยอ้างอิงที่มาแล้วตามลิงค์ข้างล่างครับ 

จึงขอขอบคุณท่านอาจารย์อริยะ สุพรรณเภษัช เป็นอย่างสูงครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล


บทความจาก www.ariyasound.com

โดยอาจารย์อริยะ สุพรรณเภษัช

ลิงค์  http://www.ariyasound.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539246904

บทความที่ 8 เรื่อง สมัยก่อนเค้าเล่นพระกันยังไง พ.ศ.2507 จากหนังสือ พระพิมพ์และเครื่องรางของไทย โดย พร้อม สุทัศน์













พอดีได้ไปเจอหนังสือพระเครื่องเก่าเล่มหนึ่งเข้านะครับ ได้อ่านแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย เป็นหนังสือเก่าพิมพ์เมื่อปี 2507 ที่โรงพิมพ์สัมพันธ์ ชื่อหนังสือ พระพิมพ์และพระเครื่องรางของไทย โดย..พร้อม สุทัศน์ เล่มหนามากๆ ครับ จึงได้แบ่งเป็นส่วนๆ มาให้ได้ชมกัน...เรื่องแรกที่คัดมาให้ได้ชมกันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระสมเด็จนะครับ ว่าสมัยก่อนเมื่อปี 2507 มีการเล่นหาและมีแนวทางศึกษากันอย่างไร อ่านแล้วก็เป็นที่น่าตกใจ...และเกิดสงสัยขึ้นว่า สมัยนี้เล่นกันหลงทางไปหรือเปล่า หรือว่าสมัยก่อนเล่นหลงทางกันแน่? ถือเป็นข้อมูลไว้อ้างอิงก็แล้วกันนะครับว่าสมัยนู้นๆ ๆ เค้าเล่นหากันอย่างไร....

บทความจากในหนังสือ....

พระพิมพ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) นี้ ได้สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าพระคุณสมเด็จเอง ขณะเมื่อยังมีพระชนมายุอยู่ คือเมื่อ พ.ศ.2409 ณ วัดระฆังโฆษิตาราม ธนบุรี แต่การสร้างพระของเจ้าพระคุณสมเด็จนี้คงไม่เฉพาะแต่เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้วเท่านั้น คงจะมีการสร้างพระพิมพ์อื่นๆ มาก่อนได้เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้ว ซึ่งคงจะเป็นการสร้างด้วยดิน เพราะปรากฏว่ามีพระพิมพ์แบบพระสมเด็จ ซึ่งสร้างด้วยดินสีแดงบ้าง ผสมดินสีแดงและว่านบ้าง ผงบ้าง สร้างเป็นพระแบบอื่นบ้าง เมื่อสร้างแล้วก็เผาให้สุกจนมีสีแดงเข้ม ดังจะได้เห็นรูปพระพิมพ์ของสมเด็จซึ่งสร้างด้วยดินเผาต่อไปข้างท้ายนี้


สำหรับการสร้างพระพิมพ์ด้วยผงสีขาวหรือด้วยปูนขาวนั้น น่าจะสร้างขึ้นในระยะหลังจากที่ได้สร้างพระพิมพ์ด้วยดินเผาแล้ว ทั้งนี้โดยอาศัยที่สมเด็จได้มีการไปมาในท้องที่ของเมืองต่างๆ ในสมัยนั้นมากแห่งเช่น เมืองลพบุรี, เมืองสุโขทัย, เมืองกำแพงเพชร ซึ่งคงจะทราบที่มาของพระพิมพ์สมัยโบราณว่าประกอบไปด้วยสิ่งใดเป็นเครื่องผสมสำหรับการทำพระพิมพ์นั้นๆ และรูปลักษณะองค์พระต่างๆ ที่พบและเห็นว่าเหมาะสมกับการที่จะทำเป็นแม่พิมพ์นั้นอาทิเช่น พระผงสีขาวก็น่าจะได้เห็นพระพิมพ์ผงแบบปูนปั้นที่เรียกว่าวัดทับข้าว ซึ่งเป็นพระปูนปั้นสีขาว เนื้อแข็งแกร่งและหายากมากชนิดหนึ่ง และที่เรียกว่าพระวัดลาดเป็ด มีลักษณะเป็นพระนั่งบนฐานสี่เหลี่ยม มีวงโค้งแบบวงพระจันทร์ เนื้อพระพิมพ์ด้วยปูนสีขาวมอนี้อีกแบบหนึ่ง จึงได้นำมาคิดทำเป็นพระของท่านขึ้น ทั้งโดยที่ได้ทราบเป็นประเพณีว่า การสร้างพระพิมพ์ขึ้นให้มีจำนวนมากถึง 84,000 องค์นั้น ย่อมเป็นผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง ท่านจึงได้จัดการสร้างขึ้นตามอุดมคติ ในขณะนั้นสกุลช่างของเราเกี่ยวกับการสร้างแบบพิมพ์พระพิมพ์นั้น โดยมากเรียนกันว่าช่างสิบหมู่ ก็คงมีทั้งฝีมือดีบ้าง หยาบบ้าง คงไม่เสมอไปว่า เป็นฝีมือชั้นดีทั้งหมด และโดยที่สมเด็จมีอุปนิสัยที่แน่วแน่ในทางโลกน้อยกว่าทางธรรม ฉะนั้นใครจะทำแบบพิมพ์ให้สวยงามเพียงใดหรือไม่ ท่านจึงไม่เอาใจใส่ในเรื่องความสวยงาม การพิมพ์พระของท่านจึงพิมพ์ได้ทุกอย่างจากพิมพ์ ที่มีผู้นำมาถวายและทั้งพิมพ์ที่ศิษย์ของท่าน หรือท่านทำขึ้นมาใช้สำหรับพิมพ์พระพิมพ์ของท่าน ฉะนั้นพระพิมพ์อันชื่อว่าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ จึงมีมากพิมพ์ มากแบบ แล้วแต่ความสะดวก และมีแบบพิมพ์ทั้งที่สวยงามและไม่สวยรวมอยู่ด้วยกันมากต่อมาก เพราะความปรารถนาส่วนใหญ่อยู่ที่พิมพ์ให้ได้มากที่สุด จะเป็นชนิดใดๆ ก็แล้วแต่ โดยความปรารถนานี้เป็นใหญ่ การใช้แบบพิมพ์กดแบบพระก็ดี เนื้อของพระซึ่งมีทั้งผง ทั้งกล้วยทั้งอาหารที่เหลือเศษหรืออะไรก็ตาม จึงไม่มีส่วนสัดที่แน่นอนว่าอะไรเท่าใด ย่อมแล้วแต่สิ่งที่ได้มาประจำวันหนึ่งๆ ได้มาวันนี้ก็ทำสำหรับวันนี้ ได้มาพรุ่งนี้ก็ทำสำหรับวันพรุ่งนี้ เนื้อพระพิมพ์สมเด็จจึงไม่สามารถจะชี้ขาดได้ว่าผสมด้วยอะไรบ้าง หรือจะเอาสีของเนื้อว่าขาวหรือแดงหรือสีน้ำตาลหรือเหลืองจะยึดให้จะยึดให้เป็นหลักหาได้ไม่ ย่อมแล้วแต่ความสะดวกของท่านทั้งสิ้น


อย่างไรก็ดี ได้มีผู้กล่าวว่าในครั้งแรกนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จได้ใช้ผงพระพุทธคุณที่เขียนลงในกระดานชนวนประจำวันหนึ่งๆนั้น นำมาผสมกับดินสอเหลืองที่เขียนหนังสือลงในกระดานชนวนสมัยนั้น มีกล้วยหรือเปลือกกล้วยก็ตำรวมกันไป ตำแล้วก็ผสมน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง ทำให้เป็นแท่งโดยให้นายน้อยผู้เป็นศิษย์และท่านเจ้าคุณธรรมถาวรซึ่งเป็นพระสมุห์ถานานุกรมของท่านปั้นเป็นแท่งขนาดเท่านิ้วมือหรือเล็กกว่าเล็กน้อย แล้วตัดเป็นท่อนๆ ผ่าออกเป็นสองซีกเป็นรูเสี้ยว นำไปกดพิมพ์เรียกว่าพระสมเด็จเล็บมือ นำไปปลุกเสกแล้วผึ่งให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วก็นำไปแจกเมื่อออกไปบิณฑบาต ทำวันหนึ่งก็แจกไปจนหมด ไม่หมดก็เก็บไว้ ทำใหม่ทำทุกวันแจกทุกวัน พระสมเด็จแบบพิมพ์ที่เรียกว่าสมเด็จเล็บมือนี้ ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ทำแม่พิมพ์ให้ ซึ่งเข้าใจว่าคงเป็นท่านเจ้าคุณธรรมถาวรเป็นผู้ทำ โดยอาศัยช่างสิบหมู่ขณะนั้น ซึ่งมีชื่อว่าหลวงวิจิตรนฤมล(พึ่ง ปฏิมาประกร) ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างสิบหมู่เป็นผู้ออกแบบหรือให้ความคิดเห็นก็ได้ และเมื่อหมดดินสอเหลืองที่ใช้ผสมทำพระพิมพ์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาก็ทำเป็นพระพิมพ์สีดำ ซึ่งเข้าใจว่าคงใช้ใบลาน หรือสมุกปกข่อยที่จานหนังสือขอม หรือภาษาบาลีแล้ว แต่เมื่อไม่ใช้ก็เผาไฟเอาเถ้าสีดำมาผสมผงและผสมน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้งต่อไปอีก พระพิมพ์ผงสีดำนี้บางกว่าชนิดสีขาวที่กล่าวมา เข้าใจว่าการปั้นเป็นแท่งกลมอย่างเทียนสีผึ้งนั้นอาจสิ้นเปลืองไปมาก จึงได้ปั้นให้กลมพอประมาณ เมื่อผ่าสองซึกเช่นเดียวกับแม่แบบผงสีขาวที่กล่าวมาแล้ว ความหนาจึงน้อยไปบ้างพระสองแบบนี้มีผู้กล่าวว่าสร้างขึ้นก่อนพระสมเด็จแบบปูนปั้นอื่นๆ แต่ไม่ได้กล่าวไว้ว่าก่อนที่จะทำพระสองแบบที่กล่าวมาแล้วนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จได้สร้างพระชนิดใดไว้แล้วบ้าง และทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าพบว่า เจ้าพระคุณสมเด็จได้สร้างพระพิมพ์แบบพระสมเด็จคือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วถึงสองแบบ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสร้างแต่เมื่อใด แต่เข้าใจว่าคงจะได้สร้างก่อนสร้างพระพิมพ์ผงสีขาวและสีดำดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้เพราะดินหาได้ง่าย ทำได้ง่าย รวดเร็ว ซึ่งสามารถที่จะกดพิมพ์ได้วันละมากๆ แต่ส่วนทำด้วยผงนั้นเมื่อทำได้น้อยและอาศัยเครื่องขบฉันประจำวันมาประกอบการสร้างด้วยแล้ว เมื่อวันใดได้เครื่องประกอบเช่นกล้วย ข้าวสุกอาหารอื่นๆ น้อย การผสมผงพิมพ์พระนั้นก็ย่อมจะต้องลดน้อยลงด้วยตามกัน ฉะนั้นในเมื่อหมดผงสีขาวหรือดำแล้วก็คงจะใช้ดินผสมพิมพ์พระชนิดอื่นต่อไป หรืออาจพิมพ์พระดินก่อนก็ได้

อันพระพิมพ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ที่ได้นำมาลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ เป็นแบบพิมพ์ของสมเด็จที่ได้ผ่านตาข้าพเจ้ามาบ้างแล้ว ที่มีอยู่ในมือของข้าพเจ้าเองบ้าง และที่ใกล้เคียงแบบพิมพ์ของท่านหรืออย่างน้อยก็สร้างมาแล้วมีอายุไม่น้อยกว่า 10 ปีล่วงแล้ว ส่วนพระรุ่นใหม่ๆ ซึ่งท่านอาจทราบประวัติ ความเป็นมาของพระและผ่านตาท่านมาแล้วในระยะนี้ จึงมิได้นำมาลงไว้ให้ทราบ
อนึ่ง พระพิมพ์แบบสมเด็จที่สมเด็จสร้างขึ้นนี้ แบบพิเศษก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบดังที่ท่านมหาเฮง(เดี๋ยวนี้ได้ทราบว่าเป็นท่านเจ้าคุณแล้ว) ได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านนั้น บางแบบก็ได้นำลงพิมพ์ไว้ให้ดูแล้ว แต่บางแบบก็ไม่มี ข้าพเจ้าจึงขอนำมากล่าวไว้เสีย ณ ที่นี้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น