ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรมทาน

เรียนรู้เพื่อเป็นวิทยาทานเท่านั้น จึงไม่ขอพิจารณาพระให้ใคร เพราะมิใช่ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

[001] พระสมเด็จวัดระฆังและวังหน้า "มรดกโลก มรดกธรรม"

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล


ประกาศ
บัดนี้ ผมเป็นนักภาวนาเต็มตัวแล้ว และได้ละวางพระเครื่องและวัตถุมงคลทั้งหมดแล้ว ยังเหลือแต่ความทรงจำและข้อความรวมทั้งภาพที่เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่ของเว็บไซต์นี้ เพื่อประโยชน์และเป็นวิทยาทานแก่ผู้ยังหลงใหลในพระเครื่องเท่านั้น ฉะนั้น ผมจึงไม่ขอพิจารณาพระเครื่องและวัตถุมงคลใดๆให้แก่ผู้ใด ด้วยเหตุแห่งความตั้งใจมั่นเพื่อการเจริญภาวนา และหากยังมีการพิจารณาพระเครื่องอยู่อาจทำให้เกิดความผิดพลาด จนกลายเป็นมุสา นั่นจะทำให้เกิดกรรมตามมาทั้งสองฝ่าย และโดยเฉพาะหากเป็นการรบกวนความสงบของนักภาวนา แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่กรรมจะบังเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นอย่างแน่นอน
 
ส่วนพระเครื่องที่ผมมีอยู่ ผมยินดีจะแบ่งปันออกไปให้เช่าบูชาเพื่อจะนำรายได้บางส่วนไปสร้างบุญกุศลต่อไป เป็นการเอาสมมุติแลกกับสมมุติ (พระแลกเงิน) เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนรวมต่อไป จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันครับ
 
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
7 พฤศจิกายน 2556 
 
..........................................................................

“วัตถุมงคลก็เป็นเพียงวัตถุเท่านั้น ของจริงก็คือ พระสัจจธรรมทั้งปวง มีวัตถุมงคลแล้วไม่ทำตัวให้ดีไม่ทำใจให้เป็นกุศล ก็หวังอะไรไม่ได้สักอย่าง มีวัตถุมงคลแล้วต้องทำความดีด้วย จึงจะเกิดผลต่างๆเป็นนานาประการ หากหวังพึ่งวัตถุมงคลอย่างเดียวโดยไม่สร้างบุญกุศลย่อมไม่ได้อะไรขึ้นมา…”

พระธรรมคำสอนโดย
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

.........................................................................

หมายเหตุ ผมมิมีเจตนาให้ผู้ปฏิบัติธรรมลุ่มหลงในวัตถุมงคลทั้งหลาย หากปรารถนาความหลุดพ้นในภพนี้ ขอจงละวางพระเครื่องแลวัตถุมงคลทั้งหลายไว้เบื้องหลังเสียเถิด เพราะไม่มีวัตถุหรือสิ่งใดๆช่วยให้นักภาวนาหลุดพ้นได้ นอกจากการภาวนาเท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่บุญยังไม่เต็ม หรือยังต้องสร้างสมบุญบารมีอีกนาน ก็ขอให้ศึกษาและสะสมไว้ เพื่อจะได้ระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม แลพระสงฆ์ เพื่อเป็นสิ่งโน้มนำจิตใจไปสู่การทำคุณงามความดีต่อไป


.........................................................
พระสมเด็จวัดระฆัง
"มรดกโลก มรดกธรรม"
.........................................................

ท่านทั้งหลาย พระสมเด็จวัดระฆัง ที่สร้างและอธิษฐานจิตโดยเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นั้น ณ ปัจจุบันนี้ นับเป็นสิ่งอัศจรรย์และหายาก และยังถือกันว่า "เป็นยอดจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง" อีกด้วย 

ผมเคยได้ยินเซียนพระท่านหนึ่งกล่าวอย่างสบประมาทและเย้ยหยัน เมื่อได้ยินผมถามหาพระสมเด็จวัดระฆังจากชายผู้หนึ่งว่า "ไม่มีพระสมเด็จแท้ตกมาอยู่ที่นี่หรอก ตายไปแล้วกลับมาเกิดใหม่ก็ยังหาไม่มีเลย" ผมได้ยินก็ได้แต่ยิ้มๆ "เออ.คงเป็นเหมือนดั่งที่เขาว่ากระมัง" การที่เขาพูดออกมาเช่นนั้น คงเป็นเพราะเขาไม่มีบุญ หรืออาจมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่น เขาอาจมีความเชื่อตามเซียนใหญ่ที่กล่าวอ้างในทีวีว่า "มีพระสมเด็จแท้เคลื่อนไหวอยู่ในเมืองไทยราว 70-80 องค์เท่านั้น" หรือไม่ก็เชื่อว่า พระราคาเป็นล้านๆจะมีมากได้อย่างไร แล้วใครเขาจะปล่อยพระสมเด็จออกมาให้ใครเช่าบูชาได้ง่ายๆ เป็นไปไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่เชื่อเรื่องบาปเรื่องบุญ หรือเรื่องของคนดีมีบุญก็ไม่เชื่อ เรื่องปาฏิหาริย์ก็ไม่เชื่อ  เชื่อแต่ว่าผู้มีเงิน มีอิทธิพลเท่านั้น จึงจะมีพระสมเด็จแท้ได้ นอกนั้น เป็นพระปลอมทั้งหมด การที่เขากล่าวออกมาเช่นนั้น อาจเป็นด้วยความคิดของเขา ที่คงจมปรักอยู่กับเซียนตำราหรือมาเฟียพระที่สร้างวาทกรรมไว้

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนจำนวนมากต่างก็เชื่อในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ที่มีอยู่ในพระสมเด็จ จึงได้พยายามเสาะแสวงหาว่า สักวันหนึ่งคงได้รับพระดีมีค่าราคาสูงมาครอบครองสักองค์ แต่พอได้รับมาแล้ว กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากผู้ที่มิใช่เซียนและเซียนสำนักต่างๆ อาจมีทั้งบอกว่าแท้และไม่แท้ เมื่อนำไปให้เซียนใหญ่ดูก็ต้องผิดหวัง เพราะถูกปฏิเสธว่าไม่ถึงยุค ผิดพิมพ์ ผิดเนื้อสารพัน เพราะพวกเขาบอกว่า มีพระสมเด็จแท้อยู่แค่นั้นแค่นี้องค์ และอีกประการ เซียนเขาอาจไม่เชื่อในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ จึงอาจสบประมาทต่อเจ้าพระคุณสมเด็จโต โดยบอกว่า พระแท้นั้นมีอยู่น้อย มีแต่พระของเซียนและผู้มีเงินหรือผู้มีชื่อเสียงเท่านั้นที่แท้ นอกนั้นปลอมหมด ถ้าอยากได้พระแท้ต้องหาบูชาจากพระของพวกเขาเท่านั้น แล้วท่านทั้งหลาย ยังเชื่ออย่างนั้นอยู่หรือไม่

สำหรับบล็อก "พระดีของคนบุญ" นี้ คงทำหน้าที่สนองคุณอันประเสริฐของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตามสติปัญญาและบุญวาสนาที่มีอยู่ อาจถูกใจและไม่ถูกใจบรรดาท่านทั้งหลาย ก็ต้องขออภัย เพราะเราเกิดไม่ทันเจ้าพระคุณท่าน แต่ในเมื่อมีพระสมเด็จวัดระฆัง ที่ผู้มีบุญและมีญาณในตรวจสอบแล้วว่า เป็นพระแท้ ผมจึงนำท่านออกมาเผยแพร่ตามภูมิและธรรมที่มีอยู่ในขณะนี้ ก็นับเป็นความกตัญญูต่อเจ้าพระคุณสมเด็จโตอย่างที่สุดแล้ว ผมได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ส่วนใครจะมีความคิดเห็นเป็นเช่นไร ก็สุดแล้วแต่ท่านจะพิจารณากัน เพราะบางอย่างยังเกินวิสัยของผมที่จะรับรองได้ จึงควรพิจารณากันเองนะครับ

และในเวลาอันใกล้นี้ ผมจะละวางการนำเสนอเรื่องราวของพระเครื่องไว้ทั้งหมด เพราะจะมุ่งสู่การปลีกวิเวกเพื่อแสวงหาโมกขธรรมอันหลุดพ้น ตามรอยบาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และอยู่ภายใต้การสั่งสอนของพระอรหันต์เจ้าผู้ติดดินท่านหนึ่ง ส่วนพระเครื่องทั้งหมด ผมจะมอบไว้กับทายาทเป็นผู้ดูแลต่อไป หรือไม่ส่วนหนึ่งก็อาจแจกจ่ายไปอยู่กับผู้มีบุญบารมีที่เชื่อและศรัทธาในเจ้าพระคุณสมเด็จโตอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือไม่บางส่วนก็อาจแบ่งปันให้บูชาตามเหตุอันควร เพื่อให้สมคุณค่ากับที่เจ้าพระคุณท่านสร้างพระสมเด็จไว้ ก็เพื่อเป็นการเทิดทูนและสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวตลอดไป จึงนับว่า "เป็นมรดกทางธรรม" และอีกประการ พระสมเด็จของท่านได้กลายมาเป็น "มรดกทางโลก" เป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่ามาก และยังเป็นมรดกตกทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เฉกเช่นทรัพย์มรดกอื่นๆ และยังถือเป็นมรดกทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของโลกอีกด้วย เพราะว่าพระสมเด็จของท่าน ได้รับความนิยมไปทั่วโลกแล้วนั่นเอง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
5 สิงหาคม 2556
 

 


.....................................................................
พระดีเลือกที่จะไปอยู่กับคนบุญ

.....................................................................


องค์ที่ 1 พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่นิยม องค์นี้ เป็นพระประเภทเนื้อผงผสมปูน แกร่งหนึกนุ่ม เนื้อเหลืองคล้ายเนื้อข้าวสุกและกล้วยสุก มีคราบผิวเก่าและแห้งจัด มีเนื้อและมวลสารละเอียด มีรอยยุบย่น หลังปริแยกเป็นหลุม จึงเป็นธรรมชาติที่ดูง่ายและสวยงามมากอีกองค์หนึ่ง
 
อจินไตย... ในส่วนพลานุภาพนั้น เมื่อขอสัมผัสพลังปรากฏมีคลื่นพลังแผ่เข้ามามหาศาล รวมทั้งได้ตรวจสอบจากผู้มีญาณในแล้วพบว่า เป็นพระสมเด็จวัดระฆังที่เจ้าพระคุณสมเด็จโต ท่านอธิษฐานจิตในช่วงปลายชีวิตของท่าน จึงแสดงถึงความเป็นพระแท้อีกองค์หนึ่ง  
 
 
 
 
 
สมมุติราคาทางโลกที่เลขเจ็ดหลักปลาย
ส่วนราคาทางธรรมสำหรับผู้มีบุญ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามบุญของผู้นั้น

บัดนี้พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ ได้เสด็จไปอยู่ในความครอบครองของครอบครัวบุญ "สมกิจศิริ" แห่งจังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยเรื่องอจินไตยที่ผู้เป็นเจ้าของใหม่รับรู้ด้วยตนเอง จึงเสด็จไปอยู่กับเจ้าของใหม่ "แบบพิเศษ" ด้วยบุญที่ครอบครัวนี้ได้ร่วมสร้างกุฏิพระอรหันต์เจ้าด้วยกัน จึงขอแสดงความยินดีและอนุโมทนาด้วยนะครับ
 
 


องค์ที่ 2 พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่เกศทะลุซุ้ม
"องค์ปาฏิหาริย์ น.ต.ณัฐสิทธิ์"
 
พระสมเด็จองค์นี้ เป็นพระประเภทเนื้อผงผสมปูน แกร่งละเอียดปานกลาง สีออกน้ำตาลครีม มีรอยปริ ยุบ แยก ย่น และเห็นมวลสารชัดเจน พระองค์นี้ถูกล้างทำความสะอาด จึงทำให้เสียผิวเดิมๆไปบ้าง แต่ก็ไม่เสียหายมากนัก และที่สำคัญ พระองค์นี้แสดงปาฏิหาริย์มากมาย และผ่านการตรวจสอบทั้งจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีญาณในแล้ว จึงขอถวายพระนามว่า "องค์ปาฏิหาริย์" ประเมินค่าทางโลกที่เลขเจ็ดหลักปลายๆ
 

 
  
 

บัดนี้ พระสมเด็จองค์นี้เสด็จไปอยู่กับผู้มีบุญแล้ว คือ น.ต.ณัฐสิทธิ์ เกษสวัสดิ์ เรียบร้อยแล้วจึงขออนุโมทนาครับ



องค์ที่ 3 พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
 
พระสมเด็จองค์นี้ เป็นพระประเภทเนื้อเหลืองมาตรฐาน สวยงามมากแบบขัดใจเซียน ผู้มีตาที่สามจะมองเห็นมวลสาร พระธาตุ อยู่ใต้ผิวพระจำนวนมาก พระองค์นี้รอเจ้าของที่แท้จริงอยู่ (ผู้มีญาณบอกไว้ว่าเป็นผู้หญิง) ว่ากันว่า หากมีการประเมินค่ากันทางโลกอยู่ที่เลขเจ็ดหลักกลาง เพราะมีความงามระดับแชมป์ครับ

พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ ได้รับการตรวจเช็คและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลางแล้วหลายคน พระเป็นประเภทเนื้อละเอียด มันวาวหนึกนุ่ม มีสีวรรณะออกเหลืองครีมแบบมาตรฐาน และมีเม็ดมวลสารละเอียดซึ่งส่วนใหญ่มีขนาดเล็กเท่าปลายเข็ม มีความยุบย่น ปริแยก ผิวขรุขริก มีความบิดโค้งหรือแอ่นบ้างเล็กน้อย มีทั้งความเก่าและความใหม่ภายในตัว ซึ่งเป็นปริศนาของพระสมเด็จแท้ ที่ผู้คนไม่รู้ ผมนำมาเป็นวิทยาทาน หากเจอพระในลักษณะนี้ อย่าปล่อยให้หลุดมือไปได้เชียวนะครับ
 
 
 
 
มีเม็ดมวลสารขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็นบ้าง 
บัดนี้ พระองค์นี้ได้เสด็จไปอยู่กับเจ้าของตัวจริงดั่งคำของผู้บำเพ็ญเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าได้บอกไว้ เจ้าของใหม่คือ คุณจินตนา (หนิง) จึงขออนุโมทนาทุกประการครับ
 
อจินไตยเรื่องพระสมเด็จเกศบัวตูม
.........................................................................
จดหมายจากคุณจินตนา
 
เรียน ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล 
วันนี้ ดิฉันได้โอนเงินไปร่วมทำบุญสร้างกุฎิให้หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท นะคะ ไม่ต้องใส่ชื่อจริงลงไปนะคะ ถ้าจะกรุณาให้ใส่เป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนามก็ได้ค่ะ ดีใจมากค่ะ ที่ได้ร่วมทำบุญกับพระอรหันต์ ซึ่งดิฉันเองก็ยังไม่รู้จักท่านเลย แต่ก็อยากร่วมทำบุญด้วยค่ะ
 
คงจะเป็นเหตุอันเนื่องมาจากการที่ตอนนี้ดิฉันเริ่มสนใจในประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และสนใจในพระสมเด็จที่ท่านได้สร้างไว้ วันที่อ่านกรรมวิธีการสร้างมวลสารของท่าน ที่เรียกกันว่าผงวิเศษ 5 อย่าง นะค่ะ ดิฉันอ่านแล้วน้ำตาไหลออกมาเองเลย สงสารท่าน กว่าท่านจะได้แต่ละผงมา ต้องใช้ความอดทนและพยายามเป็นอย่างมาก และทำโดยจิตบริสุทธิ์ ต้องการช่วยเหลือคน ให้ได้พระของท่านไว้คุ้มครอง ป้องกันอันตรายทั้งหลายทั้งปวง และโดยบังเอิญอีกเหมือนกันที่ได้เปิดเวปไซค์พระดีของคนบุญ ของ ดร.ณัฐนนต์ และได้เห็นพระสมเด็จเกศบัวตูม เห็นแล้วชอบมากเลย ไม่ทราบเพราะอะไรเหมือนกันค่ะ แต่ก่อนหน้าที่จะเปิดดูเวปนี้ ดิฉันเห็นรูปพระสมเด็จเกศบัวตูมจากในหนังสือมาก่อนแล้วรู้สึกชอบและเกิดความศัทธาเลื่อมใสในพระสี่เหลี่ยมองค์น้อยนี้ จึงได้สวดมนต์คาถาพระชินบัญชร พอสวดจบก็จะเอารูปในหนังสือนี้ ให้สมเด็จโตฯ ท่านดู แล้วอธิษฐานกับท่านว่า หลวงปู่โตคะ ขอให้หนูได้บูชาพระสมเด็จเกศบัวตูมที่หลวงปู่โตสร้างและปลุกเสก ไว้ติดตัวสักองค์นะคะ เพื่อคุ้มครองป้องกัน และเป็นสิริมงคล เป็นที่ระลึกถึงหลวงปู่โต ถ้าหนูเคยได้เป็นลูกศิษย์ท่าน ขอให้มีเหตุอันใดให้หนูได้บูชาพระสมเด็นเกศบัวตูมนี้นะคะอธิษฐานแบบนี้ไปหลายวันอยู่เหมือนกันค่ะ สัก 1 อาทิตย์ได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 56 นี้ ดิฉันได้เข้าไปเปิดเวปพระดีของคนบุญ แล้วบังเอิญได้เห็นองค์ที่ 5 พระสมเด็จเกศบัวตูม ตกใจหมดเลยค่ะ แต่ตกใจยิ่งกว่านั้นคือราคาเจ็ดหลัก เลยจดเบอร์โทรศัพท์ 085-767-8008 แล้วโทร.ไป เมื่อตอนเย็นวันที่ 30 พฤษภาคม 56 ปรากฎว่า ดร.ณัฐนนต์ รับสาย และได้คุยกับท่าน สอบถามว่าให้เช่าพระสมเด็จเกศบัวตูมเท่าไหร่ ท่านบอกมาราคาเป็นล้าน หนูก็หมดหวังแล้วค่ะ แต่ไม่เป็นไร หนูได้ร่วมทำบุญสร้างกุฏิให้หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ก็รู้สึกดีมากแล้วค่ะ หนูคงไม่มีบุญได้บูชาพระที่หนูชอบและศัทธาหรอกค่ะ เพราะไม่มีเงิน แต่จำได้ว่า หนูพูดไปว่า ถ้าถูกหวยคงมีโอกาสได้บูชา
 
พอกลางคืนฝันเห็นเลขเลยค่ะ เมื่อเช้าก่อนไปโอนเงินร่วมทำบุญหนูไปซื้อล็อตเตอรี่เลขที่ฝันเห็น แล้วซื้อเป็นชุดเลย เพราะถ้าซื้อใบเดียวถ้าถูกก็เช่าไม่ได้อีก (เพราะแพงมาก 555) เลยซื้อเป็นชุดไปเลยค่ะ ถูกขึ้นมาจะได้เช่าพระ และช่วยสร้างกุฏิให้แล้วเสร็จไปเลยค่ะ ตอนคุยกับ ดร.ณัฐนนต์ รู้สึกใจเต้นแรง และแน่นหน้าอกเป็นอย่างมาก อาการนี้เป็นจนถึงประมาณ 1 ทุ่ม เลยค่ะ ก็คิดว่าหรือเราจะเป็นโรคหัวใจนะ
 
เขียนมาซะเยอะเลยค่ะ แค่อยากเล่าเรื่องแปลกของตัวเอง ให้ผู้ที่พอจะเข้าใจฟังบ้างน่ะค่ะ ไม่งั้นคงเกิดอาการงุงงงสับสนไปอีกนานค่ะ ขอรบกวนเวลาเท่านี้นะคะ
 
ขอบคุณมากนะคะ ที่กรุณาอ่านจนจบค่ะ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
จินตนา (หนิง)
31 พฤษภาคม 2556

จดหมายตอบจาก ดร.นนต์
สวัสดีครับคุณหนิง
ก่อนอื่น ผมขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลของคุณที่ได้ร่วมบุญสร้างกุฏิถวายหลวงพ่อ ผลานิสงส์นั้นได้บังเกิดขึ้นอย่างมหาศาลแล้วนะครับ
ส่วนเรื่องพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูมนั้น ท่านอยู่กับผมนานแล้ว เป็นองค์หนึ่งที่ผมรักและชอบ จึงเก็บรักษาไว้ยังไม่มอบให้ผู้ใด และก็เคยมีผู้บำเพ็ญโพธิญาณท่านหนึ่ง เคยบอกผมว่า พระองค์นี้มีมวลสารและพระบรมสารีริกธาตุเป็นส่วนผสมอยู่ ต้องดูด้วยญาณในจึงจะเห็นได้ และบอกว่า เจ้าของที่จะครอบครองในวันข้างหน้า จะเป็นสุภาพสตรี ซึ่งผมก็ไม่ทราบได้ว่า จะเป็นผู้ใด จึงเก็บไว้อย่างนี้ ส่วนราคานั้นหากเป็นเซียนก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท แต่ผมก็สมมุติราคาขึ้นมาว่าหลักล้านไปตามโลกสมมุติในวงการเขา แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าพระองค์นี้จะลงเอยเช่นไร หากเจอเจ้าของจริงๆ อาจสมมุติราคาที่หลักแสนก็เป็นไปได้ หรืออาจเสด็จไปอย่างอจินไตยก็ได้ครับ ผมอาจนำเรื่องราวของคุณไปแทรกในเนื้อหาองค์พระสมเด็จเกศบัวตูมองค์นี้ต่อไป
ท้ายนี้ ผมขอผลานิสงส์ทั้งหลายที่ผมได้กระทำมาดีแล้วตั้งแต่ต้นธาตุจนถึงปัจจุบันชาติ ได้เป็นปัจจัยหนุนให้คุณและครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข อายุมั่นขวัญยืน แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมเทอญ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
2 มิถุนายน 2556


จดหมายจากคุณจินตนา

ราบเรียน ดร.นนต์
 
หนิงดีใจเป็นอย่างยิ่งมากๆๆๆๆ เลยค่ะ ที่ได้รับอีเมล์ตอบจาก ดร.นนต์ รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง ผลานิสงส์ที่ได้บังเกิดอย่างมหาศาลอย่างที่ท่านบอกหนิงเต็มตื้นเลยค่ะ คงจะส่งผลให้หน้าที่การงานหนิงดียิ่งขึ้น อุปสรรคต่างๆในงานคงจะลดน้อยลง ทำให้หนิงมีความสบายขึ้นนะคะ ในช่วงนี้ไม่ทราบทำไม อยากทำบุญบ่อยๆ จังค่ะ เมื่อวันเสาร์ก็ทำกับโรงพยาบาลศิริราชไปค่ะ ตามปกติทุกๆ สิ้นเดือนที่เงินเดือนออกหนิงเองจะโอนเงินไปตามมูลนิธิต่างๆ เช่น ศิริราช วัดพระพุทธบาทน้ำพุ ฯลฯ ทำไปแล้ว ก็ไม่ได้รับใบเสร็จเพื่อมาลดหย่อนภาษีอะไรหรอกค่ะ แต่ทำแล้วรู้สึกดี ก็โอนไปทุกๆ เดือน
ดีใจที่ได้รู้จักท่านนะคะ หนิงก็ไม่ทราบหรอกค่ะ ว่าพระเกศบัวตูมองค์ที่ท่านเล่าให้ฟัง จะเป็นองค์ที่ท่านรักและชอบที่สุด เฮ้อ....อ  สุดท้ายใครจะได้เก็บไว้บูชา เป็นใครหนิงก็ขอยินดีด้วยค่ะ แต่ถ้าหนิงมีบุญหรือเคยเป็นเจ้าของท่านจริง หนิงก็ขออธิษฐานขอให้ได้ไว้บูชา ถ้าเป็นอจินไตยหนิงก็คงจะคิดว่าเป็นปาฏิหาริย์สำหรับหนิงในภพนี้ชาตินี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อเอามากๆ สำหรับยุคปัจจุบัน ที่ของราคาหลักล้าน ใครเขาจะให้กัน ไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ 555  ถ้าราคาหลักแสนๆ เท่าไร ก็ไม่ทราบนะคะ ถ้าพอมี ก็จะเช่าเลย เพื่อ ดร.นนต์ จะได้เอาไปสมทบสร้างกุฏิให้หลวงพ่อฉลวย ต่อไป (หนิงอยากได้จริงแหละค่ะ แต่หนิงไม่ต่อหรอกค่ะ เพราะไม่ใช่ผักปลา หรือของที่ซื้อขาย ดูไม่เป็นมงคลเอาซะเอา แต่หนิงมีเงินไม่มากค่ะ ที่คิดว่าตัวเองพอมีกำลังนะคะ) ถ้าได้มาจะเก็บรักษาไว้อย่างดี ถ้าหนิงไม่มีทายาทจะรับต่อ หนิงก็จะขอถวายพระท่าน แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นพระท่านไหน เพื่อพระท่านจะได้เก็บเพื่อรอเจ้าของต่อไปค่ะ เมื่อคืนสวดมนต์แล้วเริ่มนำประคำสมเด็จพระพุฒาจารย์โตมาสวมที่คอแล้วค่ะ กลัวๆ กล้าๆ แต่ว่า ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ รู้สึกดีมากกว่า 
กราบขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำ และเล่าเรื่องดีๆ ในเวปไซต์พระดีของคนบุญให้ฟังนะคะ
 
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
จินตนา (หนิง)
3 มิถุนายน 2556


จดหมายตอบจาก ดร.นนต์


สวัสดีครับคุณหนิง

ผมขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลของคุณที่ได้ร่วมทำบุญในที่ต่างๆอย่างสม่ำเสมอ ผลานิสงส์นั้นจะพอกพูนให้คุณมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป และนับเป็นการสั่งสมบุญบารมีอีกทางหนึ่ง ต่อไปหากคุณภาวนาสมาธิยิ่งจะทำให้คุณเข้าใกล้พระนิพพานมากขึ้น ความปีติในธรรมจะมีมากขึ้น ความสงบร่มเย็นจะมีมากขึ้น
 
ส่วนเรื่องพระสมเด็จเกศบัวตูมนั้น เป็นแค่สิ่งสมมุติหนึ่ง เป็นที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่ง สำหรับผมได้ละวางท่านไว้แล้ว ยังรอแต่เจ้าของใหม่จะมารับไป ความจริงพระองค์นี้ผมถ่ายภาพแล้วขยายใหญ่ติดไว้ในห้องพระมาตั้งแต่แรก คิดว่าน่าจะเป็นองค์ท้ายๆที่จะเสด็จจากไป แต่ทุกอย่างก็ไม่แน่ ผมจึงตั้งใจว่า ผมขอตั้งราคาสมมุติที่ถูกสุดสำหรับผู้ที่สามารถจะอัญเชิญท่านไปได้ ถ้าผู้นั้นเป็นเจ้าของจริงก็คงได้รับไป ทั้งที่ความจริงราคาทางโลกสมมุติเขาว่ากันถึงหลายล้านบาท

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
3 มิถุนายน 2556
 
 
จดหมายจากคุณจินตนา
 

เรียน ดร.นนต์ ที่นับถืออย่างยิ่ง
หนิงจะเรียนให้ทราบว่า พระองค์นี้หนิงเองก็พริ้นออกมา 2 ชุด แล้วนำไปเคลือบพลาสติก 1 ใบ อยู่ในกระเป๋าสตางค์ อีกใบอยู่ที่โต๊ะทำงานค่ะ ตกลงหนิงต้องการอัญเชิญท่านมาบูชาค่ะ เพียงแต่ตอนนี้หนิงยังมีเงินไม่พอ ตอนนี้ในกระเป๋ามีอยู่จำนวนหนึ่งสดๆ อยู่ในซองธนาคารไทยพาณิชย์เลยค่หนิงขอเวลารวบรวมเงินก่อนนะคะ ซึ่งเงินนี้หนิงจะขอรบกวนให้ ดร.นนต์ แบ่งส่วนหนึ่งนำไปสร้างกุฏิหลวงพ่อด้วยได้ไหมคะ แล้วถ้าจะกรุณาหนิง เงินนี้หนิงสะสมด้วยน้ำพักน้ำแรง หนิงอยากใช้ให้มีประโยชน์ที่สุด ซึ่งก็คิดว่าเดี๋ยวเราค่อยหาใหม่ได้ แต่พระองค์นี้หาให้ตายก็ไม่มีอีกแล้ว
หนิงตกลงขอบูชาท่านค่ะ แล้วหนิงจะไม่เอาให้ใครดูอีกค่ะ เชื่อท่านว่าเป็นของหลวงปู่โตแท้ ดีใจน้ำตาจะร่วงค่ะ แต่เงินไม่พอค่ะ
 
สักวันหนิงคงมีโอกาสได้พบ ดร.นนต์ และได้กราบหลวงพ่อฉลวยค่ะ เดี๋ยวหนิงจะส่งรูปหนิงไปให้ ดร.นนต์ ดูนะคะ จะได้รู้จักหน้าตาหนิงค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะที่กรุณา
 
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
หนิง
4 มิถุนายน 2556
 

จดหมายตอบจาก ดร.นนต์
สวัสดีครับคุณหนิง
สงสัยพระองค์นี้ท่านจะเสด็จไปอยู่กับคุณหนิงจริงๆ เพราะผมเห็นความตั้งใจและความพยายามของคุณที่ศรัทธาต่อท่าน แม้ราคาที่ผมสมมุติขึ้นมาอาจไม่มากสำหรับเซียนพระ หรือไม่มากสำหรับผู้มีอันจะกิน แต่สำหรับบางคนก็อาจมากโขอยู่ ความจริงผมเคยมีความตั้งใจว่า จะอาศัยสิ่งสมมุติแลกสิ่งสมมุติ (เงินแลกพระ) เพื่อนำปัจจัยไปสร้างให้เกิดประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนรวม ดั่งที่หลวงพ่อแนะนำผมไว้ เพราะหลวงพ่อท่านรู้ว่าผมยังมีหนี้สินอยู่นับล้านบาท จึงยังไม่สามารถออกบวชได้ ท่านให้ผมใช้ปัญญาจากสิ่งที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขหรือปลดหนี้สินเสีย เพื่อจะได้ออกบวชสักที พระองค์นี้ผมก็ตั้งใจว่าจะนำรายได้ส่วนหนึ่งทยอยปลดหนี้สิน อีกส่วนหนึ่งนำไปสร้างเสนาสนะถวายแด่หลวงพ่อ คือทำตามที่ท่านแนะนำให้เกิดประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนรวมนั่นเอง ผมเองสะสมพระมาก็ใช้เงินมากกว่าล้านบาท จึงมีภาระทางโลกนี้พอสมควร และเมื่อมาเจอหลวงพ่อแล้ว ผมจึงได้ละวางสิ่งเหล่านี้ลงทีละน้อย จนในที่สุดผมก็วางพระเครื่องทั้งหมดไว้เฉยๆ และจะแบ่งปันให้ผู้อื่นมาบูชาตามเหตุอันสมควร เพราะผมไม่ได้ยึดติดอีกแล้ว เพียงแต่ว่าสมบัติเหล่านี้ยังครองร่วมกันอยู่กับครอบครัว(ภรรยาและบุตรชาย) จึงต้องมีเงื่อนไขในการแจกจ่ายออกไปบ้างตามเหตุอันควรครับ
 
พระองค์นี้คงแลกด้วยปัจจัยที่คุณมีอยู่ ณ ตอนนี้ ด้วยเหตุอันควรที่เป็นไปได้ ถ้าคุณเห็นด้วย ผมก็ยินดีส่งมอบพระองค์นี้ให้แก่คุณ
 
ปล. รายได้ส่วนหนึ่ง ผมยินดีและตั้งใจอยู่แล้วว่า จะนำไปถวายหลวงพ่อเพื่อสร้างกุฏิของท่าน หากเป็นยอดนี้ ผมจะแบ่งไปทำบุญในนามของคุณ หรือในใจคุณอยากจะให้ถวายหลวงพ่อเท่าไหร่ครับ
 
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
4 มิถุนายน 2556

 
จดหมายจากคุณจินตนา
 
กราบเรียน ดร.นนต์ ที่นับถือยิ่ง
ตามที่ได้คุยโทรศัพท์กันนะคะ หนิงจะไปพบ ดร.นนต์ ที่ มศว.ประสานมิตร นะคะ ท่านมาถึงตอนไหนก็โทรศัพท์หาหนิงได้เลยค่ะ มศว.ประสานมิตรอยู่ใกล้ที่ทำงานของหนิงค่ะ หนิงยินดี และดีใจมากที่จะได้พบและรู้จักกับท่าน ยิ่งไปกว่านั้นดีใจแทบกระโดดเลยค่ะ ที่ท่านมอบพระให้หนิงบูชา เงินส่วนที่ท่านจะถวายหลวงพ่อ หนิงก็คิดว่าเหมาะสมค่ะ ให้บริจาคเป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนามได้เลยค่ะ

ต้องขอบพระคุณอย่างสูงอย่างหาที่สุดมิได้กับการที่ท่านให้หนิงบูชาพระองค์นี้ เหมือนกับท่านให้หนิงเฉยๆ เลยค่ะ แล้วหนิงเองขนลุก เมื่อคืนก็อุปทานไปเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ว่ารูปภาพพระสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ที่หนิงตั้งไว้ที่หิ้งบูชาพระ ท่านยิ้มให้หนิงด้วยค่ะ ตอนที่หนิงอธิษฐานขอจากท่าน หรือว่าจะคิดเข้าข้างตัวเองก็ไม่ทราบค่ะ แต่ดีใจจริงๆ มากๆ ที่สุดในชีวิตของหนิงเลยค่ะ ปกติเรื่องดีใจของหนิงจะไม่ค่อยมี น้อยมากค่ะ ดีใจล่าสุดที่ได้เลื่อนตำแหน่งงานก็เมื่อปีที่แล้วนี้เองค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอบพระคุณในความเมตตา กรุณา ต่อหนิง ด้วยอย่างมากเลยนะคะ

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
หนิง
4 มิถุนายน 2556




พระสมเด็จเกศบัวตูมที่คุณจินตนา นำไปใส่ตลับทองคำล้อมเพ็ชร บังเอิญเจ้าของร้านมีญาณสัมผัสได้และรู้เรื่องพระสมเด็จ จึงลดราคาตลับจากหลักเกือบแสนลงไปครึ่งหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์


  
...........................................
พระสมเด็จวัดระฆัง
เนื้อตะกั่วถ้ำชา
...........................................




พระตระกูลสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่สำคัญและหายากอีกประเภทหนึ่งคือ พระสมเด็จเนื้อตะกั่วถ้ำชา หรือเนื้อห่อชา ที่มีหลักฐานการสร้างว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ท่านนำเอาเนื้อตะกั่วที่ใช้สำหรับห่อใบชาที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงในขณะนั้น มาสร้างเป็นเนื้อพระสมเด็จ มีข้อสันนิษฐานหนึ่งว่า นอกจากเนื้อตะกั่วถ้ำชาแล้วยังผสมเนื้อเหล็กไหลไพลดำไปด้วย (อันนี้ไม่ขอยืนยัน) ส่วนพลานุภาพของพระตระกูลนี้สูงมากจนถึงไร้ขีดจำกัด มีผู้สามารถสัมผัสพลังแล้วถึงกับอัศจรรย์ในพลังนั้น สาเหตุของการสร้างพระเนื้อนี้จำนวนน้อยมาก อาจเป็นเพราะเนื้อตะกั่วถ้ำชานั้นอ่อน ไม่แข็งเหมือนโลหะอื่นๆ อีกทั้งอาจหายาก จึงทำให้การสร้างมีจำนวนน้อยไปด้วย และว่ากันว่า สร้างในวาระปี 2411 พิธีใหญ่มาก (วาระการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 5) ข้อสังเกตที่สำคัญ เนื้อพระตะกั่วถ้ำชาจะต้องมีความอ่อน สามารถบิดจนรับรู้ได้ว่า มีความอ่อน และเนื้อต้องมีความเก่าเป็นธรรมชาติด้วย ส่วนพระใหม่จะแตกต่างโดยสิ้นเชิงครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
20 เมษายน 2555




 
ด้านหลังของพระองค์นี้ มีเครื่องหมายตอกโคชคล้ายตัว T ห้าจุด  ตัว T คล้ายดอกเห็ดหมายถึง โต ที่มีความงอกงาม แต่บางคนบอกว่าเป็นรูปสมอเรือ  ส่วนการตอกห้าจุด หมายถึงการสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5
บัดนี้พระองค์นี้ได้เสด็จไปอยู่ในความครอบครองของ "คุณหมอผู้ใจบุญ" นพ.ธรรม์พงษ์ รังสิภัทร์ แห่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว "พระเลือกคน"




 
พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซมนิยมองค์นี้ คุณโกศลผู้มีญาณใน สามารถมองเห็นหลวงปู่โตเสด็จมาพร้อมแสงสว่างไสวขณะอธิษฐานจิตขอสัมผัส  คุณโกศลบอกว่า อาจารย์เก็บไว้ดีๆนะครับ

บัดนี้พระองค์นี้ได้เสด็จไปอยู่ในความครอบครองของ "คุณหมอผู้ใจบุญ" นพ.ธรรม์พงษ์ รังสิภัทร์ แห่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว "พระเลือกคน"






 
เหรียญสมเด็จโต เนื้อตะกั่วถ้ำชา ด้านหลังเป็นพระนารายณ์ ลงรักปิดทอง ผู้มีญาณในบอกว่า สร้างในวาระรัชกาลที่ 5  ขึ้นครองราชย์ ปี พ.ศ. 2411
(ยินดีเปิดให้บูชา 50,000 บาท ดร.นนต์ 0857678008)
 


 
 ...............................................................................................
การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง
เนื้อผงใบลาน
...................................................................
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล
 


1. อารัมพบท

ท่านทั้งหลาย ท่านคงรู้จักพระสมเด็จวัดระฆังอันโด่งดังที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์กันเป็นอย่างดีแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จริงรู้เแท้ว่า เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระนิยตโพธิสัตว์เจ้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างหรืออธิษฐานจิตพระเครื่องและวัตถุมงคลอันล้ำค่ามากน้อยเพียงใด แม้เซียนโบราณผู้เป็นปรมาจารย์ทางด้านพระเครื่องของเมืองไทยในอดีต จะได้ศึกษาค้นคว้าและรจนาออกมาทั้งแบบหลักวิชาการ ผสมผสานความพิศดาร และแสดงความคิดเห็นส่วนตนเข้าไปมากมาย จนกลายมาเป็นคัมภีร์ผูกมัดเซียนให้เดินตามอย่างดิ้นไม่ออก อย่าลืมว่า แม้เซียนโบราณท่านจะได้สะสมความรู้อย่างอุตสาหะ แต่ข้อเท็จจริงตัวท่านเองก็เกิดไม่ทันเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ดังนั้น ความรู้ ความเห็นและประสบการณ์ที่ท่านมี จึงเป็นความจริงแท้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ความจริงแท้ที่ท่านไม่สามารถค้นพบ หรือมีอคติส่วนตัว อาจทำให้ท่านมองเห็นต่างจากความจริง จนทำให้พลาดโอกาสที่จะเสนอความจริงได้ทั้งหมดหรือไม่ครบทุกด้าน ด้วยเหตุนี้ การที่จะสรุปว่าความรู้ของท่านนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว ไม่มีความรู้อื่นใดมาหักล้างได้ จึงเป็นการปิดกั้นผู้อื่นมิให้เข้าถึงความรู้ที่แท้จริงได้ นี่คือความจริงของการศึกษาตามหลักวิชาการ ที่ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นสามารถต่อยอดความรู้ได้...การศึกษาใบไม้ในกำมือ ก็รับรู้ได้แค่เพียงในกำมือ... หากเปิดใจศึกษาใบไม้นอกกำมือ ก็จะสามารถเปิดไปสู่ความรู้ที่กว้างไกลมากขึ้น...

พระสมเด็จวัดระฆัง ถือเป็นสุดยอดจักรพรรดิ์ของพระเครื่องในปัจจุบัน ความพิศดาร มหัศจรรย์ หรืออจินไตย ที่แฝงอยู่ในองค์พระ จึงเป็นสิ่งที่เร้นลับแห่งองค์ผู้สร้าง ผู้อยู่เหนือโลก อยู่เหนือกาลเวลา และอีกมากมาย วิสัยขององค์นิยตโพธิสัตว์เจ้า จึงอยู่เหนือการรับรู้ของปุถุชนคนธรรมดา หรือแม้แต่พระอริยสงฆ์ที่ยังไม่หลุดพ้น ก็มิสามารถเข้าไปหยั่งรู้ความจริงขององค์ท่านได้ แล้วพวกเราๆ คนธรรมดาจะไปรู้แจ้งทั้งหมดกระนั้นหรือ ผมเอง จึงพยายามเปิดพื้นที่ความรู้ออกไปสู่การศึกษาแบบใบไม้นอกกำมือ แต่ก็ยังรักษาความรู้ใบไม้ในกำมืออยู่ ด้วยวิธีการต่อยอดออกไป จะถูกจะผิดก็เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่จะค้นหาต่อไป การศึกษาทางโลกมันก็เป็นเยี่ยงนี้ เกิดมาอีกกี่ภพกี่ชาติ จบปริญญาเอกเป็นล้านๆใบ ก็ยังเรียนไม่จบ แต่การศึกษาทางธรรมและปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น สามารถเรียนจบได้... แล้วท่านหละจะเลือกศึกษาแบบใด


2. การศึกษาตามหลักวิชาการ

การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างหรืออธิษฐานจิตโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากหนังสือ "ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม 1 พระสมเด็จฯ" นิพนธ์โดย "ตรียัมปวาย"ซึ่งถูกตีพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง (ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2495 และล่าสุดครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2515) จึงนับเป็นหนังสือนิพนธ์พระเครื่องฯ ที่เป็นอมตะและเป็นครูให้กับเซียนที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง โดยเฉพาะพระเนื้อผงใบลานสีดำ จากหนังสือเล่มดังกล่าวนั้น ตรียัมปวาย ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเนื้อพิเศษว่า

"นอกจากเนื้อมาตรฐานที่เรียกว่า "เนื้อปูนปั้น" ดังกล่าวแล้ว ยังมีผู้เชื่อว่า พระสมเด็จฯ อาจมีเนื้อชนิดที่สร้างด้วยเนื้อชนิดอื่นๆอีกเช่น

ก. เนื้อผงใบลานเผา (ดำ) เนื้อชนิดนี้เท่าที่สืบทราบไว้ คือ พระอาจารย์ขวัญ กล่าวว่าได้ทราบจาก พระธรรมถาวร อาจารย์ของท่านว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เคยสร้างพระสมเด็จฯเนื้อชนิดนี้เหมือนกัน แต่มีจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้เพราะเป็นการสิ้นเปลืองผงใบลานเผามาก โดยปรกติแล้วเจ้าพระคุณสมเด็จฯ จะใช้ผงใบลานเผา ซึ่งเกิดจากการเผาแผ่นใบลานที่ท่านได้จารอักขระและสูตรทางพุทธมนต์ เจือผสมกับเนื้อขาวธรรมดาเท่านั้น...

"หนังสือที่ท่านจารคืออักขระเลขยันต์ ทางพุทธาคม พอมากๆเข้าท่านหอบเอาใบลานที่จารเหล่านั้น มากองสุมไฟเสียคราวหนึ่ง แล้วเก็บเอาขี้เถ้าใบลานเผานั้นไว้บดผสมกับสิ่งอื่นๆ สร้างเป็น พระสมเด็จฯดำ ขึ้น และเจือผสมเนื้อขาวสร้างพระสมเด็จฯเนื้อขาว ขึ้นมากมาย แต่สมัยนั้นไม่ใคร่มีใครสนใจพระสมเด็จฯกันนัก เด็กที่มาช่วยตำผง ท่านก็แจกให้คนละองค์"...

"พระสมเด็จฯ เนื้อผงใบลานเผาสีดำที่ท่านสร้างขึ้นนั้น โยมเล่าว่า พิมพ์ด้วยแม่พิมพ์หินมีดโกน พิมพ์ได้ครั้งละองค์ พิมพ์แล้วท่านก็ตากไว้ในกระด้ง พอแห้งดีแล้วท่านก็เก็บใสย่ามละว้าใหญ่ของท่าน แล้วเอาไว้แจกชาวบ้าน และที่เหลือไม่ทราบว่าท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด"...

"การพิจารณาอายุของนายต่วน ดาวเรือง ก็เพื่อประสงค์จะสอบสวนอายุของนายทิมว่า ถ้ามีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2496) จะถึง 105 หรือ 106 ปี จริงหรือไม่ผู้ใหญ่สมัยนั้นจะต้องบวชก่อนแล้วจึงมีครอบครัว คือนายทิมจะต้องมีอายุแก่กว่านายต่วนบุตรคนหัวปี อย่างน้อย 20 ปี เพราะฉะนั้น พระสมเด็จฯเนื้อผงใบลานเผา อย่างน้อยที่สุดจะต้องสร้างก่อนปี พ.ศ. 2414 เพราะสร้างตั้งแต่นายทิมยังเป็นศิษย์วัดระฆังฯ จนนายทิมบวชแล้วสึกออกมามีครอบครัว และมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือได้สร้างตอนที่เจ้าพระคุณสมเด็จชราภาพมากแล้ว เพราะนายทิมเล่าว่า ตอนนั้นเจ้าพระคุณสมเด็จฯ มีฟันเหลืออยู่ซี่เดียว"
(ตรียัมปวาย. 2515: 164-165)

นอกจากนั้น ตรียัมปวายยังได้อธิบายถึงพระเนื้อพิเศษอีกสองชนิดคือ เนื้อชานหมากและเนื้อปูนน้ำมันอีกด้วย ดังที่เขาอธิบายว่า "พระอาจารย์ขวัญ กล่าวว่าได้ทราบว่า "เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จฯ เนื้อชานหมากด้วย คู่กับเนื้อผงใบลานเผา ซึ่งเป็นเนื้อที่แตกต่างไปจากเนื้อปูนขาว สำหรับเนื้อชานหมากเป็น พิมพ์ทรงพระประธาน และเนื้อผงใบลานเผาเป็นพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ ซึ่งมี 2 แบบ คือ ชนิดโพธิ์เมล็ด กับโพธิ์ใบ และกล่าวว่าเนื้อพิเศษทั้ง 2 ชนิดนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง และได้ทรงพระราชทานแจกข้าราชการ ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นปีที่เรียกกันว่า ปีระกาป่วงใหญ่ ซึ่งหลังจากเจ้าพระคุณสมเด็จฯได้สิ้นแล้วปีหนึ่ง" (ตรียัมปวาย. 2515: 165)

จากข้อมูลดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า พระสมเด็จเนื้อผงใบลานเผาสีดำ เป็นเนื้อพิเศษที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านสร้างขึ้นมาด้วยวาระพิเศษ เพื่อถวายและแจกจ่ายเป็นกรณีพิเศษ และเก็บบางส่วนไว้เป็นกรณีพิเศษ ดังตรียัมปวายกล่าวว่า "และที่เหลือไม่ทราบว่าท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด" และพระเนื้อนี้ ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน และสร้างด้วยจำนวนจำกัด อาจมีเพียงหลักร้อยองค์ เพราะเท่าที่ผู้เขียนพบในปัจจุบันเมื่อสามปีที่แล้ว มีเพียงหลักร้อยเท่านั้น



 
พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลาน พิมพ์ปรกเมล็ดโพธิ์ เป็นพิมพ์เหมือนกับที่ตรียัมปวายระบุไว้ในหนังสือ

 

นอกจากนั้นยังพบว่า หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัต เสนีย์วงศ์) แห่งวัดระฆังฯ กรุงเทพฯ ผู้เป็นลูกศิษย์ของเจ้าพระคุณสมเด็จโต ได้สร้างพระสมเด็จปิลันทน์ เนื้อผงใบลานดำ ซึ่งทรงสร้างเมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธปบาทปิลันทน์ ประมาณปี พ.ศ.2411 พระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม เป็นพระเนื้อผง มีทั้งประเภทลงกรุและไม่ได้ลงกรุ พระสมเด็จปิลันทน์ มีด้วยกันหลายพิมพ์ คือ พิมพ์ซุ้มประตู พิมพ์ครอบแก้วใหญ่และพิมพ์เล็ก พิมพ์ปฐมเทศนา พิมพ์โมคคัลลาน์-สารีบุตร พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ปิดตา เป็นต้น ส่วนพุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา จะเด่นทางด้านเมตตามหานิยม ดังนั้นพระผงใบลานของท่าน จึงมีลักษณะเหมือนกันหรือคล้ายกันกับพระเนื้อผงใบลานดำของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่สร้างในยุคเดียวกันคือ ปี พ.ศ.2411


พระสมเด็จปิลันทน์ พิมพ์ปรกโพธิ์เล็ก เนื้อผงใบลานสีดำ

 
 

3. การค้นพบพระสมเด็จเนื้อผงใบลานเผา

การค้นพบพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ ถูกเปิดเผยขึ้นมาเมื่อราวสามปีที่แล้ว ขณะที่ผู้เขียนยังอยู่ในวงการพระเครื่อง ได้เจอกับผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่องของเมืองไทยหลายคน จนมีโอกาสได้ไปร่วมบรรยายและตรวจสอบพระเครื่องให้กับสมาชิกหลายครั้งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมกับได้เริ่มปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็ได้พบกับญาติธรรมซึ่งเป็นสตรีท่านหนึ่ง เธอเป็นผู้มีตาทิพย์มาตั้งแต่วัยเด็ก แต่ถูกมารดานำไปให้พระปิดตาที่สามไว้ จนกระทั่งเธอได้เข้ามาสู่วงการพระเครื่องและเริ่มสัมผัสกับเบื้องบนได้อีกครั้ง เธอเคยติดตามและไปร่วมในการบรรยายแทบทุกครั้ง ต่อมาเมื่อราวๆสามปีที่แล้ว เบื้องบนได้สื่อสารทางจิตกับเธอ โดยให้เธอเดินทางไปยังอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี  เพื่อไปรับพระเครื่องชุดหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่ได้รู้จักใคร พระที่ได้รับมาก็คือ พระชุดเนื้อผงใบลานเผาสีดำ และยังมีพระผงเนื้อสีเขียวชนิดปรกเมล็ดโพธิ์เหมือนกับรัชกาลที่ 5 นำมาแจกประชาชนในปี 2416 (ปีระกาป่วงใหญ่) จากท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งอายุมากกว่า 80 ปี หลังจากนั้น ผู้เฒ่าท่านนั้นก็เสียชีวิตเมื่อปี่ที่ผ่านมา

บุพกรรมของผู้เฒ่ารายนี้ก็คือ ท่านเล่่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยเป็นหนุ่มท่านเคยไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ น่าจะเป็นวัดระฆังเพราะท่านไม่ได้บอกตรงๆ แล้วนำเอาพระชุดดังกล่าวออกมาจากที่แห่งหนึ่งภายในวัด(ไม่เปิดเผย) กลับมาไว้ที่บ้านเกิดที่จังหวัดอ่างทอง โดยนำมาบรรจุใส่ไหไว้ภายในบ้าน แต่มีเหตุให้เกิดอาเภท ครอบครัวร้อนวุ่นวาย ท่านจึงนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นไว้ภายในวัดที่ใกล้บ้าน จนเมื่อราวสามปีที่แล้ว มีเหตุให้เจดีย์ที่สร้างไว้พังเสียหายท่านจึงไปนำกลับมาเก็บไว้ที่บ้าน แต่เหตุอาเภทก็ยังเล่นงานครอบครัวหนักขึ้น จนทำให้ท่านเป็นอัมพาต ลูกหลานก็เดือดร้อน เจอแต่เรื่องร้ายๆ พอสตรีท่านนี้ไปถึง พวกเขาถึงกับยกให้ทั้งหมดอย่างไม่เสียดาย หลังจากนั้นผู้เฒ่าก็เสียชีวิตลง

ต่อมา พระเนื้อผงใบลานชุดนี้ จึงถูกนำมาแจกจ่ายกับญาติธรรมไปจำนวนหนึ่ง(มากแล้ว) เสียงร่ำลือถึงพลานุภาพอันแสนหนักหน่วง คนแล้วคนเล่าที่ได้สัมผัสองค์พระถึงกับขนลุกขนชัน บ้างก็หายใจไม่ออกหัวใจเต้นตุบตับ บ้างก็หนักหัวหนักไหล่ บางคนถึงกับหงายหลังก็มี บางคนปรับธาตุขันธ์ได้ก็มีแต่ความสงบร่มเย็น มีโชคลาภ ใครเห็นใครได้ยินก็อยากจะได้ รวมทั้งมิสเตอร์เบิร์ด ชาวสิงคโปร์เชื้อสายเจ้าคนไทยที่อพยพไปหลบภัยที่สิงคโปร์เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 ก็มาอัญเชิญกลับสิงคโปร์ไปนับสิบองค์ มิสเตอร์เบิร์ดผู้นี้ มากับมิสเตอร์ริชาร์ด หว่อง ที่คนไทยรู้จักกันดีในวงพระการพระเครื่อง ซึ่งทั้งสองคนนี้เคยพบกับผมแล้วหลายครั้ง และมิสเตอร์เบิร์ดผู้นี้ก็มีองค์เทพบารมีเป็นฤาษี เขาจึงสามารถสัมผัสพลังลึกลับได้



4. การศึกษาทางกายภาพ (Physical)

ความจริงแล้ว พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ มีหลากพิมพ์ มิใช่มีแค่พิมพ์ปรกโพธิ์ดังที่ตรียัมปวายระบุไว้ ซึ่งจากการค้นพบหลักฐานใหม่ดังข้างต้น พบว่ามีหลายพิมพ์ซึ่งล้วนแต่เป็นพิมพ์นิยมทั้งสิ้น อาจมีบางพิมพ์ที่วงการไม่คุ้นเคย แต่โดยรวมเป็นพระที่สร้างขึ้นโดยช่างหลวง จึงมีความปราณีตและสวยงามมาก ส่วนเนื้อมวลสารหลักก็คือ ผงใบลานเผา ผสมกับเนื้อปูนปั้นบ้างเล็กน้อย จึงปรากฏฝ้าฝุ่นปูนขาวเกาะผิวหน้าองค์พระ คล้ายแป้งแคลเซียมหรือไขขาวเกาะแน่น นอกจากนั้นยังมีเนื้อข้าวสุกและมวลสารอื่นๆ แต่เห็นไม่ชัดเจน และไม่สามารถระบุได้ บางองค์เห็นเศษแผ่นคล้ายเงินแวววาว แต่ที่แน่นอนคือ มีผงเหล็กไหลเป็นส่วนผสมจำนวนมาก และพระดูดติดกับแม่เหล็กอย่างชัดเจน


 
พระเนื้อผงใบลานเผาจะมีสองเนื้อคือ สีออกดำ จะมีเนื้อหยาบกว่า และสีออกเทาจะมีเนื้อละเอียดกว่า หากมองด้วยตาเปล่าหรือกล้องส่อง จะเห็นผิวพระแห้งจัด มีความขรุขระ ยุบย่น มีการบิดโค้งเล็กน้อย มีคราบน้ำปูน คราบคล้ายไขขาวเป็นแป้ง ดูเป็นธรรมชาติและมีความเก่าอย่างชัดเจน พระบางองค์จะมีคราบไขเกาะเป็นก้อนเหนียวมาก แกะออกยาก โดยเฉพาะพระองค์ที่มีเนื้อออกสีเทา ส่วนพระเป็นสีดำมักจะมีคราบแป้งฝุ่นสีขาวเกาะผิว แต่เช็ดออกได้


พระดีเสด็จไปอยู่กับผู้มีบุญ


พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อดำผงใบลาน พิมพ์ใหญ่สวยงามระดับแชมป์องค์นี้ ได้เสด็จไปอยู่กับคุณหมอผู้ใจบุญ นพ.ธรรม์พงษ์ รังสิภัทร์ แห่งโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าเรียบร้อยแล้ว ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
 
 
 
พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อดำผงใบลาน พิมพ์ใหญ่สวยงามระดับแชมป์องค์นี้ ได้เสด็จไปอยู่กับ คุณภณ กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
 
 

 
 
บัดนี้ พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ ได้เสด็จไปอยู่กับผู้มีบุญบารมีคือ คุณมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) เรียบร้อยแล้ว จึงขออนุโมทนาครับ
 
 

บัดนี้ พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อดำผงใบลาน พิมพ์ใหญ่องค์นี้ ได้เสด็จไปอยู่กับคนบุญคือ คุณกาญจน์ณัฐ รัตนศรีบัวทอง เรียบร้อยแล้ว จึงขออนุโมทนาครับ
 


5. การศึกษาแบบอจินไตย (Mind)

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อผงใบลานนี้ นอกจากผู้ที่มีญาณสามารถสัมผัสพลังพลานุภาพได้มากมายคนแล้วคนเล่าแล้ว สตรีผู้ไปอัญเชิญท่านมายังสามารถสื่อสารกับสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)ได้ เธอเห็นภาพเจ้าพระคุณสมเด็จฯกำลังนั่งเผาใบลานด้วยตัวท่านเอง รวมทั้งเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่งมีรูปร่างท้วมผิวขาวหน้าตาดี วัยไม่เกินหกสิบกำลังช่วยท่าน ส่วนพิธีอธิษฐานจิตนั้น เธอเห็นเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) หลวงปู่ทวด หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร และหลวงพ่อเงิน นั่งร่วมอธิษฐานจิตด้วย

และล่าสุด ผมมอบหมายให้บุรุษผู้หนึ่ง(มีตาทิพย์) ช่วยตรวจสอบภายในให้ด้วย ปรากฏว่า เขาอธิษฐานจิตขอทราบพลังและองค์ผู้อธิษฐานจิต จึงทราบว่า นอกจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) แล้ว ยังมีหลวงปู่ทวด(อทิสมานกาย) เป็นผู้อธิษฐานจิตร่วม และยังเห็นรัศมีรังสีเป็นสีทองสว่างไสวรอบองค์พระ แผ่รังสีออกไปในจักรวาลจนไร้ขอบเขต มีพลังมหาศาลแบบครอบจักรวาล พลานุภาพเด่นทางด้านมหาโภคทรัพย์ ดูดทรัพย์ มหาเมตตาบารมี แคล้วคลาด ป้องกันภัยพิบัติ และด้านอื่นๆแบบครอบจักรวาล

และอีกหลายท่านอธิษฐานจิตขอทราบปีที่สร้าง ปรากฏว่า สร้างในวาระปี 2411 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์ จึงนับเป็นพิธีใหญ่มาก และอาจมีองค์อภิญญาในยุคนั้นอีกหลายองค์ร่วมอธิษฐานจิตด้วย ซึ่งแล้วแต่ใครจะตรวบสอบเจอองค์ใดได้บ้าง ตามความสามารถของญาณในของแต่ละท่าน


6. บทสรุป

ท่านทั้งหลาย การที่ผมนำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเปิดเผย ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นใดๆเลย มิหนำซ้ำอาจจะถูกผู้ที่ไม่เห็นด้วยโจมตีว่า สร้างเรื่องเล่านวนิยายขึ้นมาดุจเช่น เรื่องราวพระสมเด็จของยายขำ แต่ความจริงแท้ แม้ใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ชั่ง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ชั่ง พระจะอยู่ในที่ลับหรืออยู่กับบุคคลใดก็ชั่ง จะถูกสรรเสริญหรือถูกเหยียดหยันก็ชั่ง ความจริงแท้ของสิ่งเหล่านั้น ก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น ก็ยังเป็นวัตถุอยู่กลางๆอย่างนั้น วัตถุนี้ก็ไม่เจ็บร้อนหรือยินดียินร้ายในคำพูด ในความเชื่อไม่เชื่อ หรือในความศรัทธาไม่ศรัทธา วัตถุนั้นก็นิ่งเฉยอยู่อย่างนั้น ดังนั้น ผมมีหน้าที่นำท่านออกมาเปิดเผย ก็ขอให้ท่านโปรดใช้วิจารณญาณด้วยตัวของท่านเองเถิด เพราะผมมีจิตอันบริสุทธิ์ที่อยากสรรเสริญคุณธรรมความดีงามของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ด้วยจิตศรัทธายิ่ง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
23 พฤษภาคม 2555


อ้างอิง
ตรียัมปวาย. (2515). ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม 1 พระสมเด็จฯ. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น.


หมายเหตุ พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ เป็นคนละชุดกันกับพระชุดวังหน้าสีดำ อย่าได้จำสับสนกันนะครับ พระชุดนี้ประเมินค่าหลักล้านขึ้นไป เพราะหายากกว่าเนื้ออื่นๆ

สำหรับผมถือว่า พระเนื้อผงใบลานเป็นที่สุดของพระสมเด็จวัดระฆัง เพราะมีพลังแบบไร้ขีดจำกัด และเป็น "จักรพรรดิออฟจักรพรรดิ" (จักรพรรดิเหนือจักรพรรดิ)



 
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อผงใบลาน สีออกเทา เนื้อละเอียด
 

 
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ เนื้อผงใบลาน
 

 
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ เนื้อผงใบลาน








 
คราบไขขาวเป็นฝุ่นผงเหนียวจากกรุ
 






ประมูลพระสมเด็จวัดระฆัง
เนื้อดำผงใบลาน
เพื่อร่วมทำบุญ
 

ข้อความของ ดร.นนต์ จากเว็บพลังจิตดอทคอม
 
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 9 เดือน 9 ปี 9 (5+4= 9) 9 กันยายน 2554 เป็นวันฤกษ์ดี และเป็นวันมงคลที่ผมขออัญเชิญพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ (นิยม) เนื้อดำผงใบลาน ผสมเหล็กไหล เพื่อนำมาเปิดประมูลเพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างวัดภูดานไห ตามวาระจิตที่ผมได้อธิษฐานไว้...และพระเบื้องบนได้เมตตาสงเคราะห์ให้นำออกมาประมูลได้ในวาระนี้ พร้อมทั้งถวายพระนามตามที่ท่านอนุญาตว่า "องค์ดำธรรมบารมี"

พระองค์นี้ ถูกกำหนดให้ประมูลเริ่มต้นที่ 100,000 บาท ตามที่พระเบื้องบนเมตตาสงเคราะห์ให้เปิดราคานี้

ความพิเศษของพระองค์นี้ นอกจากจะมีพลานุภาพครอบจักรวาลและไร้ขีดจำกัดแล้ว ยังมีคุณสมบัติดูดโภคทรัพย์และสิ่งดีๆมาสู่ผู้ครอบครอง... พระชุดนี้ถูกสร้างมามีจำนวนจำกัดไม่กี่องค์ และปิดบังซ่อนเร้นไว้มาตั้งแต่ตอนสร้าง และได้เปิดเผยตัวออกมาเมื่อต้นปีที่แล้ว มีให้เห็นเฉพาะในกลุ่มลูกหลานหลวงปู่โต ปีที่แล้วมีชาวสิงคโปร์มาขออัญเชิญจากญาติธรรมไปหลายองค์ (เขาสัมผัสได้ด้วยญาณ) ปัจจุบันเหลือน้อย และไม่มีในท้องตลาดครับ (ผมเองเหลือแค่สามองค์รวมองค์นี้ด้วย)

ปล.มีผู้เอาออกมาจากวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯเมื่อนานมาแล้ว และนำกลับไปบ้านเกิดในภาคกลาง แต่เมื่อถึงเวลาที่จะเคลื่อนย้าย ตัวเองจึงไม่สามารถครอบครองได้ ลูกหลานก็ไม่สามารถครอบครองได้ จึงต้องเสด็จกลับมาหาผู้ที่เคยมีส่วนในการสร้าง...ปล. พึ่งเสด็จมาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมได้รับมาเนื่องในวาระร่วมสร้างพระสิวลีครับ...

พระองค์นี้ เป็นสมบัติของผู้มีบุญบารมีมาก ... จึงขอสงวนไว้สำหรับผู้ที่สัมผัสได้เท่านั้นครับ... อนุโมทนา

ดร.นนต์


 
ข้อความของ ดร.นนต์ จากเว็บพลังจิตดอทคอม
http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-237.html

เมื่อจิตของผู้มอบให้เพื่อการกุศล และจิตของผู้รับก็เพื่อการกุศล มาบรรจบกันด้วยกาลเวลา สถานที่ บุคคล และสภาวะเงื่อนไขที่เหมาะเจาะ ด้วยจิตอันบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งคู่ ด้วยความผูกพันในการสร้างบุญร่วมกันมาหลายภพ ด้วยบารมีของพ่อแม่ครูอาจารย์ ด้วยพระเมตตาอันประมาณมิได้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วาระของการประมูลพระสมเด็จเนื้อผงใบลานสีดำผสมเหล็กไหล "องค์ดำธรรมบารมี" จึงได้เกิดขึ้น และผมก็รู้ล่วงหน้าว่าท่านผู้ใดจะเข้ามาประมูล แต่ไม่คิดว่าจะเร็วมากขนาดนี้

วันนี้ (10 กย. 2554) ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น ท่านผู้มีบุญได้โทรติดต่อมาที่ผมและแจ้งความประสงค์ที่จะขอร่วมทำบุญ เพื่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมวัดภูดานไห ความมหัศจรรย์ทางจิตจึงบังเกิดขึ้น เพื่อเป็นพยานให้ท่านผู้มีบุญได้มั่นใจว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเนื่องด้วยบุญและความเมตตาของพระเบื้องบน ทั้งการรับรู้พลังสุริยเทพที่เกิดขึ้นขณะพูดคุยกัน แม้ฝนจะตกทั้งวันก็ตาม แต่กลับมีดวงอาทิตย์เปิดจ้าแผ่รัศมีแสบร้อนแต่เย็นภายในเหมือนตอนที่อยู่ภูผาผึ้ง ผมจึงอธิษฐานส่งพลังดังกล่าวไปยังท่านผู้มีบุญ ท่านยืนยันว่าได้รับพลังร้อนจ้าที่ผิวหนังเหมือนไฟไหม้ และสภาวะอจินไตยอีกหลายเรื่องที่เรารับรู้ร่วมกัน จึงเป็นพยานให้กันและกัน

ขอให้นักรบธรรมทุกท่าน อนุโมทนาบุญกับผู้มีบุญ... ที่ได้ประมูลพระ "องค์ดำธรรมบารมี " ด้วยเงินปัจจัย 110,000 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

บุญกุศลใดที่ผมสร้างสั่งสมไว้ทุกพุทธกัปธันดร ผมขออุทิศให้ท่านผู้ใจบุญและครอบครัว จงมีแต่ความสุขร่มเย็น ขอความทุกข์ร้อนใดๆอย่ามาแผ้วพานได้ ขอให้ท่านสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรมแผ่ไปโดยมิมีประมาณ จนกว่าท่านจะเข้าสู่พระนิพพานเป็นที่สุดเทอญ
 

ปล. ผู้ประมูลพระองค์นี้คือ คุณปรัชญา จิตต์ปรัชญา (ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
 


อังคารธาตุของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน





คุณปรัชญา จิตต์ปรัชญา เมื่อคราวอัญเชิญพระอังคารธาตุของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มาให้ผมที่บ้าน พร้อมกับมารับพระสมเด็จ "องค์ดำธรรมบารมี" ด้วยตัวเอง ขอให้ท่านมีความสุขความเจริญทุกประการ สาธุ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์

...................................................................
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ IT Man 
............................................................................

เมื่อวานราว 10 โมงนิดๆ หลังจากวางสายท่านนนต์โทรมาแจ้งเรื่องมีท่านผู้ใจบุญกุศลยิ่ง ได้ขอร่วมประมูล องค์ดำธรรมบารมี ผมดีใจโมทนาไปหลายรอบ อีกทั้งตระหนักดีว่าองค์ดำนี้สำคัญยิ่งนักแล...ผู้ที่ได้ไปก็เหมาะสมยิ่งนัก

เพื่อมิให้กลิ่นอายบุญจืดจางไปจากดวงจิต ผมก็ได้โทรหาท่านผู้ใจบุญท่านนั้นทันที ขอโมทนาสาธุบุญกับท่าน พร้อมกับบอกท่านว่าพวกเรามีความสุขและโล่งใจเป็นยิ่งนัก เพราะสถานการณ์ตอนนี้เหมือนกับเราเริ่มสร้างวัดใหม่เลยทีเดียว คือขาดทุกอย่างนั่นแหละครับ ขอให้เอ่ยขึ้นมาเถอะ ก็ถูกทุกข้อนั่นแหละ 555

ท่านผู้นั้นก็ได้แจ้งผมว่า อันที่จริงท่านเข้าใจดีเป็นยิ่งนัก ท่านจึงตั้งใจจะบริจาคเงินก้อนใหญ่นี้อยู่แล้ว แต่ประจวบเหมาะกับที่ท่าน ดร. เปิดประมูลองค์ดำเพื่องานบุญนี้ ผมก็นึกถึงผู้ใจบุญอีกท่านที่ประมูลสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ท่านก็พูดเช่นนี้ครับ ผมก็เลยเรียนไปเหมือนกันว่า ก็ขอให้ถือว่าได้ร่วมบุญกับท่าน ดร.นนต์ คือท่านก็อยากให้ของดีๆ เราก็อยากได้แบบไม่โลภ เพราะเจตนาทำบุญอยู่แล้ว ทางวัดท่านก็กำลังต้องการปัจจัยจำนวนมากเพื่อให้ภาระกิจต่างๆได้สำเร็จรุดหน้าต่อเนื่อง เป็นว่า...ครบวงจรดั่งที่เคยพูดกันเนืองๆ คือ ถูกที่ ถูกกาล ถูกบุคคล บุญจึงสมบูรณ์ครบรอบสูงสุดแล้ว

จากนั้นท่านผู้ใจบุญแจ้งผมว่าจักขอมอบหนังสือ นรก สวรรค์ ท่านเลือกได้ (ฉบับบสมบูรณ์) ที่เคยพิมพ์ถวายพระและผู้มาร่วมบุญงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารท่านหลวงตามหาบัว (ท่านเป็นเจ้าภาพใหญ่) และจะฝากให้ผมมอบให้ห้องสมุดต่างๆในแม่สอดและแถบภาคเหนือ ผมก็ตอบรับยินดีจะกระจายให้ เพราะแม้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดพิมพ์ แต่ได้มีส่วนในการกระจาย-ส่งถึงมือผู้อ่าน ก็นับว่าเป็นกุศลยิ่งแล้ว ก็โมทนาสาธุทุกประการครับ

 
 
..........................................................
พระสมเด็จวังหน้า
พระสมเด็จสายวัง
.......................................
 

 
พระสมเด็จวังหน้า พิมพ์ใหญ่พระประธาน
 

 
พระสมเด็จวังหน้าประดับพระบรมสารีริกธาตุ
หรือที่เรียกกันว่าองค์ TOP4 พิมพ์ใหญ่นิยม
 
หมายเหตุ มีแบ่งให้บูชาจำนวนหนึ่ง(ไม่มากนัก)
สนใจติดต่อ ดร.นนต์ 0857678008

 
อัศจรรย์พระธาตุเสด็จบนพระสมเด็จวังหน้า
ข้อความเดิมของคุณสมบัติ เพ็งพล หรือ IT Man จากเว็บพลังจิต




พระพิมพ์ TOP4/TOP. มีพระธาตุผุดขึ้น


ศึกษาใกล้ๆ : เป็นข้อสันนิษฐานส่วนตัวว่า...
เหตุที่มีพระธาตุขึ้นที่องค์ TOP4 มากกว่าองค์อื่นๆ คงเป็นเพราะมีสื่อนำ นั่นคือพระโลหิตธาตุ


 
พระพิมพ์สมเด็จสายวัง TOP4
สร้างถวายเป็นพุทธบูชาในยุคสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 4 แห่งภัทรกัปนี้

ตามที่ได้ศึกษามาระยะหนึ่ง (2552-53) พบว่า...(เป็นความเห็นส่วนบุคคล) :
พระพิมพ์ TOP4 สร้างและอธิษฐานจิตในปี 2411 วาระเสด็จพ่อ ร.5 ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ โดยคณะนายช่างสิบหมู่เป็นผู้สร้าง ในหลวงยุคนั้นเป็นผู้ทรงให้สร้าง หลวงปู่เจ้าประคุณสมเด็จโต ทรงเป็นประธานอธิษฐานจิต นอกจากนั้น ยังมีคณะหลวงปู่ใหญ่บรมครูพระเทพโลกอุดร ท่านมีส่วนในการอธิษฐานจิต (ศึกษาจำแนกแยกย่อยตามพิมพ์ ตามชนิดของวัตถุมงคล) ทั้งนี้เจตนาในการสร้างก็เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา คุ้มครองป้องกันลูกหลานชาวไทย มีจิตใจยึดเหนี่ยวไปในทางจรรโลงพระศาสนาให้ถาวร จึงนับว่าเป็นการสร้างที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ ฯลฯ

พระธาตุที่ประดับองค์พระนั้นเรียกว่า โลหิตธาตุ(ทราบว่าสามารถป้องกันภัยพิบัติ,รังสีร้าย แต่ไม่เคยทดลองนะ) บางองค์เป็นพระบรมธาตุ บางองค์เป็นพระธาตุของพระอรหันตสาวก หรือพระอัครสาวก
พระพิมพ์แต่ละองค์จึงแตกต่างกันตรงจุดนี้ด้วย

เป็นที่ยอมรับนับถือกันในวงภายในผู้ศึกษาสะสมพระพิมพ์สายวัง(หลวง หน้า หลัง)ทั้งหลายว่า TOP4 เป็นพระพิมพ์ที่มีพลานุภาพสูงที่สุดนับแต่ค้นพบมา (จากอดีตถึงปัจจุบันตอนนั้น 2553-2554)
แต่หลังจากนั้นมาจวบจนปัจจุบัน (2554-2555)ยิ่งได้ค้นพบสืบค้นมาก จึงพบว่าเหนือฟ้าก็ยังมีฟ้า เพราะฟ้านั้นยากจะวัดวาหาอาณาเขตได้
(ผมคิดว่าเป็นเรื่องอจินไตยที่มนุษย์ธรรมดาหากสงสัยในสิ่งที่เหนือกว่าตนเองมากไปก็ลำบากอยู่)

การได้มีโอกาสครอบครองหรือแม้แต่ได้รับข้อมูลอันถูกต้องไม่เอนเอียงไปในทางมิชอบทั้งหลาย ก็นับว่าเป็นบุญกุศลที่จักไม่ได้เกิดอาการปรามาสต่อพระพิมพ์สำคัญๆที่...
- สูงทั้งผู้ทรงให้สร้าง (พระมหากษัตริย์)
- สูงทั้งรูปเหมือนในการสร้าง (รูปพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)
- สูงทั้งพระผู้ทรงอธิษฐานจิต (เจ้าประคุณสมเด็จฯโต)
- สูงทั้งเนื้อหามวลสาร (ผงพระสมเด็จและพระธาตุ)
- สูงทั้งคณะผู้ออกแบบและสร้าง (เจ้ากรมช่างสิบหมู่ ช่างหลวง)
- สูงทั้งเจตนาในการสร้าง (เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์)
- สูงทั้งวาระ สถานที่ในการสร้าง/เสก (ฤกษ์/พิธีหลวง/ในวังและวัดพระแก้ว)

การสำรวมระวังมีสติทุกขณะจิตไม่ให้ก้าวไปในทางที่ชั่วก็นับว่าดีมากแล้ว แต่ครั้นเราได้อัญเชิญพระพิมพ์ที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ พระธาตุ ก็ยิ่งทำให้เรามีจิตใจแนบแน่นในองค์พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งจักเป็นมหากุศล ดังนั้น..เจตนาระหว่างการอัญเชิญพระพิมพ์ จึงเป็นตัวกำหนดดีชั่วมากกว่าใดๆครับ
ขอโมทนาสาธุกับท่านผู้ได้ครอบครองฯในทางที่ชอบทั้งหลาย
IT Man/11.07.55
 
 
พระสมเด็จวังหน้า

 
พระสมเด็จเบญจสิริ หรือเบญจรงค์ สร้างโดยกลุ่มวังหน้า เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อธิษฐานจิตปี 2411 พระองค์นี้ ดร.นนต์ ได้รับจากเจ้าสัวผู้บริหารเบียร์ช้าง เมื่อคราวไปบรรยายที่โรงแรมขอนแก่นโฮเทล จังหวัดขอนแก่น ประมาณปี 2553
 

พระสมเด็จวังหน้า
 
พระสมเด็จวังหน้า หรือบางท่านเรียกว่า พระสายวัง หรือพระตระกูลวัง เท่าที่ศึกษาพบว่า เป็นพระพิมพ์ที่สร้างโดยพระบัณฑูร (คำสั่ง) ของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ให้ช่างสิบหมู่แห่งวังหน้าเป็นผู้สร้าง แล้วนำเข้าพระราชพิธีพุทธาภิเษกหลวงที่พระอุโบสถ วัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2515 ย้อนลงไปหลายปี โดยมีผู้อธิษฐานจิตหลักคือ เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และคณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร โดยเฉพาะหลวงปู่อิเกสาโร (อทิสมานกาย) พระส่วนใหญ่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2411 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ (รัชกาลที่ 5) และมีการสร้างหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายวาระ มีทั้งไม่ฝากกรุและฝากกรุ กรุที่สำคัญได้แก่ กรุพระธาตุพนมจำลองในวัดบวรสถานสุทธาวาส (กรุวังหน้า) และกรุวัดพระแก้ว โดยเฉพาะกรุวัดพระแก้ว ได้มีการนำเอาพระวังหน้ามาฝากกรุในภายหลังอีกหลายครั้ง ส่วนความนิยมนั้น ในอดีตมีผู้นิยมในวงแคบเฉพาะตระกูลเก่าแก่และตระกูลเจ้านาย หรือผู้ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ รวมทั้งนักภาวนาที่รู้เห็นความอัศจรรย์ด้วยญาณใน ส่วนกลุ่มเซียนอาจมีทั้งยอมรับและไม่ยอมรับ บางกลุ่มก็บอกว่า เป็นของปลอม เป็นพระยี่เก หรือเป็นพระตลกมันฮา บางกลุ่มก็บอกว่า เป็นพระแท้ที่เขาไม่เล่นกัน ก็ว่ากันไป เพราะเป็นนานาจิตตัง.... แต่ผ่านมาถึงยุคสมัยนี้ มีผู้สนใจมากขึ้น ข้อมูลการศึกษาก็มีมากขึ้น ตระกูลเก่าแก่ก็เริ่มนำพระออกมาเปิดเผยกันมากขึ้น..... นักภาวนา ผู้ปฏิบัติธรรม หรือผู้มีญาณในที่สามารถสัมผัสพลังหรือสื่อเห็นถึงผู้สร้างและผู้อธิษฐานจิตก็มีมากขึ้น พระสายวังจึงได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้ง

ในโอกาสนี้ ผมจึงขอนำเอาข้อมูลบางส่วนมาเปิดเผยสู่สาธารณะ ความรู้ส่วนหนึ่งได้รับมาจากคุณคมสันต์ ซึ่งพำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านส่งข้อมูลและภาพพระสมเด็จสายวังของท่าน มาให้ผมเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว คุณคมสันท่านเป็นนักภาวนาสายหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร จึงนับว่าเป็นผู้ที่มีบุญและญาณสัมผัสอีกผู้หนึ่ง ที่สะสมพระสมเด็จสายวังจำนวนมาก ดังตัวอย่างข้อความจากหนังสือ "พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว(วังหน้า)" หนังสือเล่มนี้ ผู้มีชื่อเสียงได้เขียนคำนิยมไว้เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นพระแท้ที่มีอยู่จริง อาทิเช่น

-คำนิยมฝ่ายสงฆ์ โดยพระราชรัตนนภรณ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร
-คำนิยม โดยศาสตราจารย์ ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน
-คำนิยม โดยอาจารย์เฉลิมศักดิ์ รามโกมุท
 
นอกจากนั้น บนปกหนังสือยังพิมพ์ว่า
.....สร้างโดยกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ อุปราชองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์จักรี ร่วมกับเจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) หรือเจ้าคุณกรมท่า
.....เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองครองราชย์พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราข (รัชกาลที่ 5) พ.ศ. 2411....
 
ส่วนเนื้อหาด้านในทั้งหมดให้ไปศึกษาจากหนังสือเล่มดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนในบล็อกนี้ ผมขอคัดลอกมาเพียงบางส่วนดังนี้

ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ภาพ เพื่อขยายภาพใหญ่ขึ้น
 








 
พระสมเด็จวังหน้า
ของ ดร.นนต์ ที่เก็บสะสมไว้ส่วนหนึ่ง
แบ่งให้บูชาบางส่วน 0857678008

พระสมเด็จวังหน้าเนื้อหยก ปี 2411
















 

พระสมเด็จวังหน้า
ของคุณคมสันต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา










พระสมเด็จวังหน้า
ของร้อยตำรวจตรีสมาน กุญแจทอง






 
 
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น